ทางการจีนประกาศมาตรการตอบโต้ หลังจากสหรัฐฯ บังคับใช้มาตรการเก็บภาษีศุลกากรรอบใหม่กับประเทศคู่ค้า 60 ประเทศรวมถึงจีนเมื่อสัปดาห์ก่อน

เมื่อวันพุธที่ 5 ส.ค. 2569 ทางการจีนประกาศจำกัดการส่งออกโดรนไปยังสหรัฐอเมริกา และขึ้นบัญชีดำบริษัท 6 แห่ง เพื่อตอบโต้มาตรการคว่ำบาตรทางการค้าที่วอชิงตันนำมาใช้ โดยอ้างความกังวลเรื่องการบังคับใช้แรงงานและความมั่นคงแห่งชาติ

ความเคลื่อนไหวนี้เกิดขึ้นเพียงไม่กี่วันหลังจากสหรัฐฯ ตั้งกำแพงภาษีศุลกากรรอบใหม่กับจีนและอีก 59 ประเทศ โดยโฆษกกระทรวงพาณิชย์จีนระบุในแถลงการณ์ว่า การกระทำของสหรัฐฯ “ละเมิดสิทธิและผลประโยชน์อันชอบธรรมของจีนอย่างร้ายแรง”

“จีนทำได้เพียงใช้มาตรการตอบโต้ที่จำเป็น รวมถึงการยกระดับการควบคุมการส่งออกโดรน ตลอดจนชิ้นส่วนสำคัญและเทคโนโลยีโดรนไปยังสหรัฐฯ”

กระทรวงพาณิชย์จีนระบุเพิ่มเติมว่า มาตรการของปักกิ่งยังรวมถึงการระงับการตรวจสอบติดตามผลในโรงงานโดยหน่วยงานรับรองมาตรฐานของจีน การขึ้นบัญชีดำบริษัทตรวจสอบมาตรฐานของสหรัฐฯ และการเปิดสอบสวนด้านความมั่นคงแห่งชาติต่อการนำเข้าเครื่องพิมพ์และเครื่องถ่ายเอกสารสำหรับสำนักงาน

นอกจากนั้น จีนยังลงโทษคว่ำบาตรภาคธุรกิจของสหรัฐฯ 6 แห่ง ซึ่งรวมถึงบริษัทไบโอเทค Applied DNA Sciences และบริษัทวิจัยธรณีวิทยา Stratum Reservoir โดยห้ามองค์กรและบุคคลภายในประเทศจีน “ร่วมมือ ทำธุรกรรม หรือดำเนินกิจกรรมอื่นใดที่เกี่ยวข้องกับบริษัทเหล่านี้”

กระทรวงพาณิชย์จีนระบุว่า บริษัททั้ง 6 แห่ง “ให้ความช่วยเหลือและสนับสนุนการคว่ำบาตรที่ไม่ชอบด้วยกฎหมายของสหรัฐฯ อันเกี่ยวข้องกับซินเจียง ซึ่งพฤติการณ์และการกระทำดังกล่าวถือว่าร้ายแรงยิ่ง”

ทั้งนี้ องค์การสหประชาชาติเคยเตือนถึงความเป็นไปได้ที่จะเกิดการก่ออาชญากรรมต่อมนุษยชาติในภูมิภาคซินเจียง โดยมุ่งเป้าไปที่ชนกลุ่มน้อยชาวอุยกูร์ ซึ่งเป็นข้อกล่าวหาที่จีนปฏิเสธอย่างรุนแรงมาตล

สำนักข่าวซินหัวของรัฐบาลจีนรายงานว่า นาย เหอ ลี่เฟิง เจ้าหน้าที่ระดับสูงด้านการค้าของจีน ได้แสดง “ความกังวลอย่างยิ่ง” ต่อนาย เจมีสัน เกรียร์ ผู้แทนการค้าสหรัฐฯ ระหว่างที่ทั้งสองหารือกันทางโทรศัพท์เรื่องมาตรการคว่ำบาตรล่าสุด

เมื่อสัปดาห์ก่อน จีนกล่าวหาสหรัฐฯ ว่าพยายาม “กดดันและขัดขวาง” บริษัทจีน หลังจากวอชิงตันสั่งห้ามนำเข้าหุ่นยนต์ฮิวมานอยด์และหุ่นยนต์สี่ขาที่ผลิตในต่างประเทศ ซึ่งเป็นมาตรการที่แยกต่างหากจากอัตราภาษีศุลกากรใหม่

อนึ่ง ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา จีนและสหรัฐฯ ตกอยู่ในภาวะสงครามการค้าที่ทวีความรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ แต่ทั้งสองฝ่ายได้บรรลุข้อตกลงหยุดสงครามการค้าชั่วคราวเมื่อประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ และประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ของจีน พบกันเมื่อเดือนตุลาคมปีที่แล้ว

อย่างไรก็ตาม ภาษีศุลกากรล่าสุดของสหรัฐฯ ที่จัดเก็บต่อจีนและพันธมิตรทางการค้าอื่นๆ กำลังสั่นคลอนข้อตกลงหยุดศึกดังกล่าว โดยปักกิ่งได้ออกเตือนวอชิงตันไม่ให้เปิดฉากสงครามการค้าอีกครั้ง ในขณะที่โลกกำลังได้รับผลกระทบทางเศรษฐกิจจากสงครามในตะวันออกกลาง


ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign


ที่มา : cna