รัฐบาลบังกลาเทศอนุมัติหลักการร่างกฎหมายป้องกันและเยียวยาการบังคับบุคคลให้สูญหาย โดยกำหนดโทษสูงสุดถึงขั้น "ประหารชีวิต" และปรับสูงสุดราว 2.6 ล้านบาท หากเหยื่อเสียชีวิตหรือหายสาบสูญเกิน 5 ปี โดยมีข้อมูลพบคดีบังคับสูญหายอย่างน้อย 1,569 รายในช่วง 17 ปีที่อดีตนายกฯ ชีค ฮาสินา ปกครองประเทศ ขณะที่ 251 รายยังสูญหายและเชื่อว่าเสียชีวิตแล้ว
รัฐบาลบังกลาเทศอนุมัติหลักการร่างกฎหมายป้องกันและเยียวยาคดีบังคับสูญหาย ปี 2026 ซึ่งกำหนดโทษสูงสุดถึงประหารชีวิต หากการบังคับสูญหายส่งผลให้เหยื่อเสียชีวิต โดยร่างกฎหมายดังกล่าวยังต้องผ่านการพิจารณาของรัฐสภาก่อนมีผลบังคับใช้
คณะรัฐมนตรีบังกลาเทศมีมติเห็นชอบร่างกฎหมายดังกล่าวในการประชุมเมื่อวันจันทร์ โดยมีนายทารีค ราห์มาน นายกรัฐมนตรี เป็นประธาน ร่างกฎหมายกำหนดให้ความผิดฐานบังคับบุคคลให้สูญหายเป็นความผิดทางอาญาโดยเฉพาะ และเป็นความผิดที่เจ้าหน้าที่สามารถจับกุมได้โดยไม่ต้องมีหมายจับ ไม่สามารถประกันตัว และไม่สามารถยอมความได้
ภายใต้ร่างกฎหมาย หากการบังคับสูญหายทำให้เหยื่อเสียชีวิต มีการพบศพ หรือไม่สามารถยืนยันได้ว่าผู้สูญหายยังมีชีวิตอยู่หรือเสียชีวิตแล้วเป็นเวลา 5 ปี ผู้กระทำผิดอาจได้รับโทษประหารชีวิตหรือจำคุกตลอดชีวิต พร้อมปรับสูงสุด 10 ล้านตากา หรือประมาณ 2.6 ล้านบาท
ร่างกฎหมายยังเร่งกระบวนการยุติธรรม โดยกำหนดให้การสอบสวนเสร็จสิ้นภายในไม่เกิน 120 วัน และการพิจารณาคดีต้องแล้วเสร็จภายในไม่เกิน 120 วัน นอกจากนี้ ศาลสามารถออกหมายค้นเพื่อติดตามตัวผู้สูญหาย พิจารณาคดีลับหลังจำเลย และรับหลักฐานดิจิทัลเข้าสู่กระบวนการพิจารณาได้
กฎหมายยังมุ่งคุ้มครองผู้เสียหายและครอบครัว โดยกำหนดให้ผู้เสียหายมีสิทธิได้รับข้อมูลเกี่ยวกับความคืบหน้าของการสอบสวน ข้อเท็จจริงของเหตุการณ์ รวมถึงชะตากรรมหรือสถานที่อยู่ของบุคคลที่สูญหาย พร้อมจัดให้มีความช่วยเหลือทางกฎหมาย การรักษาพยาบาล การฟื้นฟู และกองทุนชดเชยที่ได้รับการสนับสนุนจากรัฐบาล
ครอบครัวของเหยื่อสามารถเรียกร้องค่าชดเชยจากทรัพย์สินของผู้กระทำผิดที่ถูกตัดสินว่ามีความผิด และหากไม่สามารถเรียกคืนจากทรัพย์สินดังกล่าวได้ รัฐจะเป็นผู้จ่ายค่าชดเชยแทน นอกจากนี้ ร่างกฎหมายเปิดทางให้สามารถนำทรัพย์สินของผู้สูญหายมาใช้เป็นค่าใช้จ่ายจำเป็นสำหรับคู่สมรสและสมาชิกในครอบครัวที่อยู่ในความอุปการะ
หากบุคคลยังคงสูญหายเป็นเวลา 5 ปี กฎหมายยังเปิดทางให้มีการออกใบรับรองการสูญหาย เพื่อให้ทายาทสามารถดำเนินการด้านมรดกได้ ขณะเดียวกันรัฐบาลจะจัดตั้งฐานข้อมูลกลางเกี่ยวกับคดีบังคับสูญหาย และเปิดทางให้มีความร่วมมือระหว่างประเทศในการติดตามและสอบสวนคดี
ข้อเสนอกฎหมายมีขึ้นหลังคณะกรรมการสอบสวนที่จัดตั้งขึ้นภายหลังการโค่นอำนาจของอดีตนายกรัฐมนตรีชีค ฮาสินา พบคดีบังคับสูญหายอย่างน้อย 1,569 ราย ตลอดช่วง 17 ปีที่เธอดำรงตำแหน่ง โดยในจำนวนนี้มี 251 รายที่ยังไม่พบตัวและเชื่อว่าเสียชีวิตแล้ว
ฮาซินาถูกกล่าวหาว่าใช้กองกำลังความมั่นคงปราบปรามฝ่ายต่อต้านทางการเมือง โดยผู้ที่ถูกควบคุมตัวและสูญหายจำนวนมากเป็นฝ่ายตรงข้ามทางการเมืองจากพรรคชาตินิยมบังกลาเทศ หรือ BNP และพรรคจามาอาต-อี-อิสลามี ซึ่งเป็นพรรคอิสลามิสต์ขนาดใหญ่ของประเทศ
ฮาซินาถูกโค่นอำนาจจากการประท้วงครั้งใหญ่ในปี 2024 และหลบหนีไปยังอินเดีย ขณะที่ศาลในกรุงธากาพิพากษาลับหลังให้เธอมีความผิดในข้อหาอาชญากรรมต่อมนุษยชาติเมื่อปี 2025 และลงโทษประหารชีวิต ปัจจุบันฮาซินาอายุ 78 ปี และยังคงพำนักอยู่ในอินเดีย แต่เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมาเธอให้สัมภาษณ์กับสำนักข่าวเอเอฟพีว่า ตั้งใจจะเดินทางกลับบังกลาเทศภายในปีนี้
นายทารีค ราห์มาน ผู้นำพรรค BNP ให้คำมั่นระหว่างการเลือกตั้งเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 2026 ว่าจะยุติความรุนแรงที่ได้รับการสนับสนุนจากรัฐ ซึ่งเกิดขึ้นในช่วงรัฐบาลของฮาซินา
อย่างไรก็ตาม กลุ่มสิทธิมนุษยชนเตือนว่า ความขัดแย้งทางการเมือง การบังคับใช้กฎหมายที่อ่อนแอ และวัฒนธรรมการลอยนวลพ้นผิด ยังคงเป็นปัจจัยที่ทำให้เกิดความรุนแรงในบังกลาเทศ
ร่างกฎหมายฉบับใหม่นี้ต่อยอดจากกฎหมายเฉพาะกาลว่าด้วยการป้องกันและเยียวยาการบังคับสูญหาย ปี 2025 ซึ่งประกาศใช้โดยรัฐบาลเฉพาะกาลชุดก่อน และจะต้องผ่านการตรวจสอบโดยฝ่ายกิจการนิติบัญญัติและรัฐสภา ก่อนเสนอเข้าสู่กระบวนการตราเป็นกฎหมายต่อไป.
ที่มา The Daily Star / AFP