ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ออกมาวิพากษ์วิจารณ์บริษัทน้ำมันยักษ์ใหญ่ของสหรัฐฯ อย่างดุเดือด หลังฟันกำไรเป็นประวัติการณ์จากสภาวะขาดแคลนน้ำมันเพราะสงครามอิหร่าน โดยชี้ว่าบริษัทเหล่านี้กำลังทำกำไร "มากเกินไป" บนความเดือดร้อนของประชาชน พร้อมเรียกร้องให้ลดราคาขายปลีกน้ำมันลงทันที และคืนกำไรบางส่วนให้แก่สาธารณชน ขณะที่ราคาน้ำมันเบนซินในสหรัฐฯ เพิ่มขึ้นกว่า 37% นับตั้งแต่สงครามเริ่มต้น
ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แสดงความไม่พอใจอย่างรุนแรงต่อผลกำไรมหาศาลของบริษัทพลังงานระดับโลก โดยกล่าวในห้องทำงานในทำเนียบขาวว่า "ผมไม่ชอบเลย พวกเขากำลังทำกำไรมากเกินไปจากภาวะขาดแคลน" พร้อมย้ำว่า แม้ตนเองจะเป็นผู้สนับสนุนระบบเสรีนิยมทางเศรษฐกิจและภาคเอกชนมาโดยตลอด แต่ผลกำไรของยักษ์ใหญ่อย่าง เอ็กซอนโมบิล (ExxonMobil) และ เชฟรอน (Chevron) ในครั้งนี้ถือว่าสูงเกินกว่าเหตุ
การออกมาโจมตีดังกล่าวเกิดขึ้นหลังจากสองยักษ์ใหญ่ทางด้านพลังงานรายงานผลประกอบการไตรมาสที่ 2 ของปี 2026 โดยเอ็กซอนโมบิล มีกำไรพุ่งสูงขึ้นมากกว่าสองเท่าแตะระดับ 14,500 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ขณะที่เชฟรอนทำกำไรได้ถึง 12,100 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งสูงกว่าช่วงเดียวกันของปีที่แล้วมากกว่า 5 เท่าตัว และนับเป็นกำไรรายไตรมาสที่สูงที่สุดในรอบ 6 ปีของบริษัท
ปัจจัยหลักที่หนุนกำไรของบริษัทน้ำมันพุ่งสูงเป็นประวัติการณ์ มาจากสถานการณ์สงครามในอิหร่าน ซึ่งเปิดฉากขึ้นโดยสหรัฐฯ และอิสราเอลช่วงปลายเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา การปะทะและการตอบโต้ของอิหร่านส่งผลกระทบต่อพื้นที่อ่าวเปอร์เซียและปิดปิดทางขนส่งในช่องแคบฮอร์มุซ กดดันให้ราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกพุ่งสูงขึ้นทะลุ 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลในบางช่วง และดันราคาน้ำมันเบนซินเฉลี่ยในสหรัฐฯ พุ่งขึ้นมากกว่า 37% ไปแตะระดับสูงสุดที่ 4.56 ดอลลาร์ต่อแกลลอนในฤดูใบไม้ผลิ
ปัญหาราคาน้ำมันแพงกำลังกลายเป็นจุดเปราะบางทางการเมืองสำคัญของทรัมป์และพรรครีพับลิกัน ในขณะที่พรรคเดโมแครตพยายามนำประเด็นค่าครองชีพมาโจมตีเพื่อหวังชิงเสียงข้างมากในสภาคองเกรสกลับคืนมาในการเลือกตั้งกลางเทอมช่วงเดือนพฤศจิกายนนี้
ย้อนกลับไปในเดือนมิถุนายน ทรัมป์เคยขู่จะดำเนินคดีกับบริษัทน้ำมัน และสั่งการให้กระทรวงยุติธรรมเข้าสอบสวนกรณีการ "โขกราคา" ผู้บริโภค เนื่องจากราคาน้ำมันดิบเริ่มปรับตัวลดลง แต่ราคาขายปลีกหน้าปั๊มกลับยังคงค้างอยู่ในระดับสูง
นอกจากนี้ ทรัมป์ยังได้โพสต์ข้อความบนทรูธโซเชียลตำหนิ นายไมค์ เวิร์ธ ประธานและซีอีโอของเชฟรอน ที่ออกรายการโทรทัศน์พูดถึงความสำเร็จของบริษัท โดยทรัมป์ระบุว่า "สิ่งเดียวที่เขาลืมพูดถึงก็คือ หากไม่มีความเฉียบแหลม สายตาที่กว้างไกล ความเข้มแข็ง และความมั่นคงของรัฐบาลทรัมป์ อุตสาหกรรมน้ำมันและประเทศของเราคงตายไปแล้ว" พร้อมยกตัวอย่างว่าเชฟรอนเคยถูกขับออกจากเวเนซุเอลา แต่รัฐบาลของเขาเป็นผู้ช่วยให้เชฟรอนได้กลับเข้าไปขยายธุรกิจจนสร้างรายได้มหาศาลอีกครั้ง
ทรัมป์กล่าวทิ้งทายโดยเรียกร้องให้บริษัทน้ำมันปรับลดราคาขายปลีกให้ผู้บริโภคลงโดยเร็ว พร้อมคาดการณ์ว่าราคาน้ำมันหน้าปั๊มจะดิ่งลงอย่างรวดเร็วเมื่อภารกิจเกี่ยวกับอิหร่านเสร็จสิ้นลง โดยปัจจุบันราคาน้ำมันเบนซินเฉลี่ยในสหรัฐฯ อยู่ที่ราว 4.09 ดอลลาร์ต่อแกลลอน ซึ่งยังคงสูงกว่าช่วงเวลาเดียวกันของปีที่แล้วเกือบ 1 ดอลลาร์.
ที่มา CNBC / New York Post