บริษัทผู้ดำเนินกิจการร้านค้าภายในห้างอิออน คุมาโมโตะ ยอมรับว่าได้สั่งพนักงานหญิง 2 คน ซึ่งอพยพออกจากอาคารอย่างปลอดภัยหลังเกิดแผ่นดินไหวขนาด 7.1 กลับเข้าไปเก็บเงินสดในตู้นิรภัย ก่อนเกิดเหตุระเบิดรุนแรงเพียงไม่กี่นาที ส่งผลให้ทั้งสองเสียชีวิต พร้อมกล่าวขอโทษครอบครัวผู้เสียชีวิต และยืนยันว่าจะเปลี่ยนนโยบายให้ความปลอดภัยของพนักงานเป็นสิ่งสำคัญสูงสุด

บริษัท ฮาบิตะ ผู้ดำเนินกิจการร้านจำหน่ายสินค้าภายในศูนย์การค้าอิออน มอลล์ คุมาโมโตะ ในเมืองคาชิมะ จังหวัดคุมาโมโตะ ประเทศญี่ปุ่น ยอมรับว่า บริษัทเป็นผู้สั่งให้พนักงานหญิง 2 คน กลับเข้าไปในอาคารหลังอพยพออกมาแล้ว เพื่อเก็บเงินรายได้จากการขายเข้าตู้นิรภัย ก่อนเกิดเหตุระเบิดอย่างรุนแรง ส่งผลให้ทั้งสองเสียชีวิต

เหตุการณ์เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 28 กรกฎาคม หลังเกิดแผ่นดินไหวขนาด 7.1  ในจังหวัดคุมาโมโตะ โดยพนักงานทั้งสองสามารถอพยพออกจากห้างได้อย่างปลอดภัย แต่ได้รับคำสั่งให้กลับเข้าไปเก็บเงินสดในร้าน ก่อนเกิดเหตุระเบิดจากก๊าซภายในห้างเมื่อเวลาประมาณ 17.50 น. หรือราว 80 นาทีหลังเกิดแผ่นดินไหว ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตภายในห้างรวม 7 คน

หนึ่งในผู้เสียชีวิตคือ คุรุมิ โอตาเกะ พนักงานวัย 22 ปี ซึ่งเพิ่งย้ายมาปฏิบัติงานที่สาขาดังกล่าวเมื่อต้นเดือนกรกฎาคม

นายโคจิ ยูเซะ กรรมการบริษัทวัย 64 ปี แถลงขอโทษต่อสาธารณชน พร้อมยอมรับว่า การสั่งให้พนักงานกลับเข้าไปในอาคารเป็นการตัดสินใจที่ผิดพลาด "การให้พนักงานกลับเข้าไปในอาคารเป็นความผิดพลาดของบริษัท เรารู้สึกเสียใจอย่างสุดซึ้งต่อการสูญเสียชีวิตอันมีค่าทั้งสองคน"

เขาเปิดเผยว่า ในวันเกิดเหตุ ผู้จัดการร้านไม่ได้ปฏิบัติงาน ทำให้พนักงานทั้งสองเป็นผู้ดูแลร้านเพียงลำพัง หลังเกิดแผ่นดินไหว บริษัทได้รับการยืนยันว่าทั้งคู่สามารถอพยพออกมาได้อย่างปลอดภัย ก่อนที่สำนักงานใหญ่จะโทรศัพท์แจ้งผ่านผู้จัดการร้านให้ส่งข้อความถึงพนักงานว่า

"หากสามารถกลับเข้าไปได้ ขอให้นำเงินสดจากการขายไปเก็บไว้ในตู้นิรภัย แต่หากไม่ปลอดภัยก็ไม่จำเป็นต้องทำ"

ข้อมูลดังกล่าวสอดคล้องกับคำให้การของครอบครัวผู้เสียชีวิต ซึ่งระบุว่า หลังออกมาถึงลานจอดรถด้านนอก คุรุมิ โอตาเกะ ได้บอกญาติว่า "บริษัทสั่งให้กลับไปเก็บเงินในตู้นิรภัย" จากนั้นเธอและเพื่อนร่วมงานได้เดินกลับเข้าไปในห้าง ก่อนเกิดเหตุระเบิดขึ้นเพียงประมาณ 5 นาที

ก่อนหน้านั้นไม่นาน โอตาเกะได้ส่งข้อความผ่านแอปพลิเคชัน LINE ถึงมารดาว่า "หนูปลอดภัยดี" แต่หลังเกิดระเบิด ครอบครัวไม่สามารถติดต่อเธอได้อีก โดยสัญญาณโทรศัพท์ของเธอยังคงอยู่ภายในร้าน กระทั่งเจ้าหน้าที่กู้ภัยพบร่างของเธอและเพื่อนร่วมงานในเวลาประมาณ 02.00 น. ของวันรุ่งขึ้น สภาพศพได้รับความเสียหายอย่างรุนแรงจนต้องใช้การตรวจพิสูจน์ ดีเอ็นเอ เพื่อยืนยันอัตลักษณ์

ญาติของโอตาเกะกล่าวด้วยความโศกเศร้าว่า หากไม่มีเหตุระเบิดและเธอไม่ได้รับคำสั่งให้กลับเข้าไปในอาคาร เธอคงยังมีชีวิตอยู่ พร้อมตั้งคำถามว่า นายจ้างควรให้ความสำคัญกับความปลอดภัยของพนักงานเป็นอันดับแรกหรือไม่

ครอบครัวเปิดเผยว่า โอตาเกะเป็นหญิงสาวที่มีความรับผิดชอบสูง ตั้งใจทำงานเพื่อดูแลมารดาหลังสูญเสียบิดาเมื่อ 3 ปีก่อน และยังเป็นแฟนคลับศิลปินชาย โดยได้ซื้อตั๋วคอนเสิร์ตและตั๋วเครื่องบินสำหรับเดินทางไปชมการแสดงในเดือนพฤศจิกายนไว้แล้ว

หลังเหตุการณ์ บริษัทฮาบิตะประกาศว่าจะปรับปรุงมาตรการด้านความปลอดภัย โดยยืนยันว่า ต่อจากนี้จะให้ความสำคัญกับการอพยพเป็นอันดับแรก และจะไม่สั่งให้พนักงานกลับเข้าไปในอาคารหลังเกิดภัยพิบัติอีก

ด้านรัฐบาลจังหวัดคุมาโมโตะเปิดเผยว่า จนถึงวันที่ 3 สิงหาคม มีผู้เสียชีวิตจากเหตุแผ่นดินไหวโดยตรงแล้ว 36 คน ขณะที่อีก 2 ราย ยังอยู่ระหว่างการสอบสวนสาเหตุการเสียชีวิต นอกจากนี้ยังมีอาคารได้รับความเสียหายมากกว่า 4,600 หลัง และประชาชนกว่า 8,000 คน ยังคงอาศัยอยู่ในศูนย์อพยพ 206 แห่ง ทั่วจังหวัด.


ที่มา KYODO NEWS / The Asahi Shimbun