เกิดเหตุไฟไหม้โกดังขยะอุตสาหกรรมในฝรั่งเศส ส่งกลุ่มควันดำและกลิ่นเหม็นฟุ้ง ชาวบ้านเผยแสบจมูก ปวดหัว คลื่นไส้ ซ้ำเติมสถานการณ์ไฟป่าฝรั่งเศสที่รุนแรงที่สุดในรอบหลายทศวรรษ

เกิดเหตุเพลิงไหม้โกดังเก็บขยะอุตสาหกรรมในหมู่บ้านกองดร็องจ์ ทางตะวันออกเฉียงเหนือของฝรั่งเศส เมื่อวันอาทิตย์ที่ 2 สิงหาคมที่ผ่านมา ส่งผลให้เกิดกลุ่มควันหนาทึบและกลิ่นเหม็นรุนแรง จนทางการต้องขอให้ประชาชนราว 30,000 คน ในพื้นที่ใกล้เคียงอยู่ภายในอาคารเป็นการชั่วคราวเพื่อหลีกเลี่ยงการสูดดมควันพิษ

เจ้าหน้าที่ระบุว่า เพลิงปะทุขึ้นในช่วงเช้าวันอาทิตย์ ก่อนจะสามารถควบคุมสถานการณ์ได้ในช่วงบ่าย โดยขณะนี้ยังไม่ทราบสาเหตุของการเกิดเพลิงไหม้

สื่อท้องถิ่นรายงานว่า กลุ่มควันจากเหตุเพลิงไหม้สามารถมองเห็นได้ไกลถึงเมืองเมตซ์ ซึ่งอยู่ห่างจากจุดเกิดเหตุประมาณ 15 กิโลเมตร

นางอาม็องดีน เวกคิโอ วัย 34 ปี เล่าว่า เธอตกใจกับกลุ่มควันเมื่อเดินออกจากโรงภาพยนตร์ในเมืองอัมเนอวิลล์ ที่อยู่ใกล้เคียง โดยเธอระบุว่ากลิ่นมันเหม็นมาก และเธอก็ปวดหัวทันที ทำให้เธอต้องรีบให้ลูกสาววัย 8 ขวบใช้ตุ๊กตาปิดปากและจมูก ก่อนโทรศัพท์บอกลูกชายวัยรุ่นที่อยู่บ้านให้นำสุนัขและแมวเข้ามาในบ้าน พร้อมปิดประตูหน้าต่างทั้งหมด

ด้านนายกเทศมนตรีหมู่บ้านคลูอ็องจ์ นายเกลม็อง เดอริอู กล่าวว่า ควันที่ลอยปกคลุมพื้นที่ทำให้ประชาชนจำนวนหนึ่งมีอาการปวดศีรษะ และจากข้อมูลที่ได้รับ ยังมีผู้ที่มีอาการคลื่นไส้อีกด้วย

เหตุการณ์ครั้งนี้เกิดขึ้นในช่วงที่ฝรั่งเศสกำลังเผชิญฤดูไฟป่ารุนแรง โดยก่อนหน้านี้ประเทศเพิ่งเผชิญไฟป่าครั้งใหญ่ที่สุดนับตั้งแต่ปี 2492 ซึ่งเผาผลาญพื้นที่ป่าสนใกล้เมืองบอร์กโดซ์ เมืองศูนย์กลางการผลิตไวน์ของประเทศ ไปแล้วราว 42,000 เฮกตาร์หรือราว 262,500 ไร่

แม้ทางการจะสามารถควบคุมไฟป่าดังกล่าวได้แล้วเมื่อวันอาทิตย์ หลังลุกไหม้นานกว่าหนึ่งสัปดาห์ แต่เจ้าหน้าที่ดับเพลิงยังคงเดินหน้าฉีดน้ำดับจุดความร้อนที่ยังคุกรุ่นในหลายพื้นที่

องค์การอุตุนิยมวิทยาโลก (WMO) เคยเตือนว่า ควันจากไฟป่าสามารถพัดพามลพิษที่เป็นอันตรายเดินทางได้ไกลหลายพันกิโลเมตร โดยในปี 2567 ควันจากไฟป่าในแคนาดาเคยส่งผลให้คุณภาพอากาศในหลายพื้นที่ของยุโรปได้รับผลกระทบมาแล้ว.

ที่มา : Channelnewsasia

คลิกอ่านข่าวเกี่ยวกับ ข่าวต่างประเทศ