คลื่นความร้อนและภัยแล้งที่ปกคลุมยุโรปส่งผลให้ระดับน้ำในแม่น้ำดานูบลดลงสู่ระดับต่ำสุดเป็นประวัติการณ์ จนเผยให้เห็นซากเรือรบของนาซีเยอรมนีในสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 และซากเรืออับปางอีกจำนวนมาก ขณะที่หลายประเทศเผชิญผลกระทบต่อการเดินเรือ การท่องเที่ยว และการผลิตไฟฟ้า โดยฮังการีและโรมาเนียต้องลดกำลังการผลิตโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ เหตุไม่มีน้ำเย็นเพียงพอในการระบายความร้อน

สถานการณ์คลื่นความร้อนที่ยังคงปกคลุมหลายพื้นที่ของยุโรป ประกอบกับภัยแล้งที่ยืดเยื้อ ส่งผลให้ระดับน้ำในแม่น้ำดานูบ ซึ่งเป็นแม่น้ำสายสำคัญของยุโรป ลดลงสู่ระดับต่ำที่สุดเท่าที่เคยมีการบันทึกไว้ในหลายพื้นที่ จนเผยให้เห็นซากเรือรบของกองทัพนาซีเยอรมนีที่จมอยู่ใต้น้ำมาตั้งแต่สงครามโลกครั้งที่ 2 รวมถึงซากเรืออับปางอีกหลายลำที่ไม่เคยปรากฏให้เห็นมานานหลายสิบปี

แม่น้ำดานูบมีความยาวกว่า 2,800 กิโลเมตร ไหลผ่าน 10 ประเทศ ตั้งแต่เยอรมนีไปจนถึงทะเลดำ โดยที่เมืองปราโฮโว ประเทศเซอร์เบีย ระดับน้ำที่ลดลงได้เผยให้เห็นซากเรือรบเยอรมันสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 โผล่พ้นผิวน้ำ ขณะที่ประชาชนในพื้นที่ต่างลงเล่นน้ำบริเวณใกล้เคียงเพื่อคลายร้อน

ธนาคารเพื่อการลงทุนแห่งยุโรประบุว่า ใต้แม่น้ำดานูบยังมีซากเรืออับปางราว 200 ลำ ทั้งเรือบรรทุกสินค้า เรือโยง และเรือบรรทุกสินค้า ซึ่งหลายลำถูกทำลายในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 นอกจากนี้ ที่บริเวณใกล้เมืองโอปาโตวัช ประเทศโครเอเชีย ยังพบซากเรือบรรทุกสินค้าสัญชาติฮังการีชื่อ Fulton ซึ่งอับปางมาตั้งแต่ปี 1937 โผล่ขึ้นมาอีกครั้ง

ผลกระทบจากระดับน้ำที่ลดลงไม่ได้จำกัดอยู่เพียงการเดินเรือเท่านั้น แต่ยังส่งผลต่อภาคการท่องเที่ยวและอุตสาหกรรมในหลายประเทศ โดยที่กรุงบูดาเปสต์ ประเทศฮังการี หน่วยงานบริหารจัดการน้ำแห่งชาติวัดระดับน้ำในแม่น้ำดานูบได้เพียง 23 เซนติเมตร ต่ำกว่าสถิติเดิมที่ 33 เซนติเมตร ซึ่งเคยเกิดขึ้นเมื่อปี 2018

ระดับน้ำที่ต่ำผิดปกติทำให้เรือสำราญที่ให้บริการนักท่องเที่ยวไม่สามารถเทียบท่าในกรุงบูดาเปสต์ได้ตามปกติ ต้องเปลี่ยนไปจอดยังท่าเรือที่อยู่เหนือน้ำขึ้นไปหลายกิโลเมตร ขณะที่เรือขนส่งสินค้าส่วนใหญ่ต้องหยุดให้บริการ เนื่องจากระดับน้ำไม่เพียงพอต่อการเดินเรือ

สถานการณ์ดังกล่าวยังส่งผลกระทบอย่างหนักต่อภาคพลังงานของฮังการีและโรมาเนีย เนื่องจากโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ทั้งสองประเทศใช้น้ำจากแม่น้ำดานูบในการหล่อเย็นเครื่องปฏิกรณ์

นายกรัฐมนตรีปีเตอร์ มาจาร์ ของฮังการี เปิดเผยว่า โรงไฟฟ้านิวเคลียร์ปักช์ ซึ่งผลิตไฟฟ้าเกือบครึ่งหนึ่งของประเทศ อาจต้องหยุดเดินเครื่องเป็นเวลาหลายสัปดาห์ หลังระดับน้ำลดลงจนไม่สามารถใช้งานได้อย่างปลอดภัย โดยเครื่องปฏิกรณ์ทั้ง 4 เครื่อง ซึ่งผลิตไฟฟ้ารวม 2 กิกะวัตต์ กำลังเดินเครื่องต่ำกว่าร้อยละ 50 ของกำลังการผลิต และอาจต้องปิดทั้งหมดภายในช่วงต้นสัปดาห์หน้า นับเป็นครั้งแรกในรอบ 44 ปี

นายมาจาร์ระบุว่า แม้ฮังการีจะสามารถจัดหาไฟฟ้าจากการนำเข้าเพื่อรองรับความต้องการได้ แต่การที่กำลังการผลิตภายในประเทศลดลง ขณะที่ความต้องการใช้ไฟฟ้าเพิ่มขึ้นจากสภาพอากาศร้อนจัด โดยเฉพาะช่วงเย็นซึ่งคาดว่าจะเพิ่มขึ้นถึงร้อยละ 20 อาจสร้างแรงกดดันต่อเสถียรภาพของระบบไฟฟ้าของประเทศ จึงได้ขอความร่วมมือจากภาคอุตสาหกรรมรายใหญ่ให้ลดการใช้พลังงาน

ด้านโรมาเนียประกาศภาวะฉุกเฉินด้านพลังงานตลอดเดือนสิงหาคม หลังการผลิตไฟฟ้าลดลงจากปริมาณน้ำในแม่น้ำดานูบที่ลดต่ำลง นายกรัฐมนตรีอิลีเอ โบโลจาน เปิดเผยว่า รัฐบาลจะเพิ่มการนำเข้าไฟฟ้าจากยูเครน กรีซ และบัลแกเรีย เพื่อชดเชยกำลังการผลิตที่หายไป พร้อมยอมรับว่าทั้งโรมาเนียและฮังการีต่างต้องลดกำลังการผลิตของโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ลงอย่างมาก

ขณะเดียวกัน บริษัท Nuclearelectrica ผู้ผลิตไฟฟ้านิวเคลียร์ของโรมาเนีย ได้สั่งปิดเครื่องปฏิกรณ์นิวเคลียร์ 1 เครื่องแล้ว และยังไม่มีการประเมินว่าจะสามารถกลับมาเดินเครื่องได้เมื่อใด เนื่องจากระดับน้ำในแม่น้ำดานูบยังมีแนวโน้มลดลงต่อเนื่อง

ผู้เชี่ยวชาญเตือนว่า หากคลื่นความร้อนและภัยแล้งยังคงยืดเยื้อ ยุโรปอาจต้องเผชิญผลกระทบด้านพลังงาน การคมนาคม และเศรษฐกิจในวงกว้าง เนื่องจากแม่น้ำดานูบถือเป็นเส้นทางคมนาคมและแหล่งน้ำสำคัญที่หล่อเลี้ยงหลายประเทศในภูมิภาคยุโรปกลางและยุโรปตะวันออก.


ที่มา Independent