ญี่ปุ่นยุติปฏิบัติการค้นหาที่ห้างสรรพสินค้าที่พังถล่มและเกิดระเบิดหลังเหตุแผ่นดินไหวเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมาแล้ว โดยจนถึงตอนนี้พบผู้เสียชีวิต 36 ศพ ประชาชนอีกจำนวนมากยังต้องอาศัยในศูนย์พักพิง
เมื่อวันเสาร์ที่ 1 ส.ค. 2569 เจ้าหน้าที่กู้ภัยของประเทศญี่ปุ่นเปิดเผยว่า พวกเขายุติปฏิบัติการค้นหาและกู้ภัยที่ห้างสรรพสินค้า “อิออน” (Aeon) ในจังหวัดคุมาโมโตะ ซึ่งได้รับความเสียหายอย่างหนักจากเหตุระเบิดหลังเกิดแผ่นดินไหวรุนแรงเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมาแล้ว โดยจำนวนผู้เสียชีวิตจากภัยพิบัติครั้งนี้อยู่ที่ 36 ศพ
สำนักงานจัดการภัยพิบัติประจำจังหวัดคุมาโมโตะ ซึ่งเผชิญแผ่นดินไหวขนาด 7.1 เมื่อวันอังคารที่ผ่านมา (28 ก.ค.) ระบุว่า เจ้าหน้าที่สามารถนำตัวผู้ประสบภัยออกจากซากปรักหักพังของห้างฯ อิออนได้ทั้งสิ้น 12 ราย ในจำนวนนี้ได้รับการยืนยันว่าเสียชีวิตแล้ว 7 ราย
“เราได้ทำการค้นหาอย่างละเอียดตลอด 2 วันที่ผ่านมา โดยร่วมมือกับหน่วยดับเพลิง กองกำลังป้องกันตนเอง และหน่วยตำรวจในพื้นที่ เพื่อให้แน่ใจว่าไม่มีผู้สูญหายเหลืออยู่” เจ้าหน้าที่ตำรวจกล่าวในที่ประชุมจัดการภัยพิบัติเมื่อวันเสาร์ และยืนยันว่า “เราไม่พบผู้สูญหายเพิ่มเติมแล้ว”
ด้านโฆษกของ อิออน ผู้บริหารจัดการห้างสรรพสินค้าดังกล่าว บอกกับสำนักข่าว AFP ว่า ผู้เสียชีวิตทั้ง 7 รายนั้นเป็นพนักงานของร้านค้าที่เช่าพื้นที่ในห้าง
เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา (31 ก.ค.) ปฏิบัติการค้นหาและกู้ภัยที่โรงงานกระดาษแห่งหนึ่งในเมืองยัตสึชิโระ จังหวัดคุมาโมโตะ ซึ่งปล่องไฟพังถล่มลงมาก็ยุติลงแล้วเช่นกัน โดยพบร่างผู้เสียชีวิตรวม 9 ราย และช่วยชีวิตผู้รอดชีวิตออกมาได้ 2 ราย
เหตุแผ่นดินไหวครั้งนี้สร้างความเสียหายเป็นวงกว้างในพื้นที่ทางตอนใต้ของญี่ปุ่น ซึ่งกำลังเผชิญอากาศร้อนจัด ทำลายบ้านเรือนและสร้างความเสียหายต่ออาคารจำนวนมาก สะพานหลายแห่งได้รับความเสียหาย เกิดไฟไหม้หลายจุด และทำให้ประชาชนจำนวนมากไม่มีไฟฟ้าและน้ำประปาใช้
จนถึงวันเสาร์ ยังคงมีประชาชนมากกว่า 9,000 คน ซึ่งส่วนใหญ่เป็นผู้สูงอายุ ต้องอาศัยอยู่ในศูนย์อพยพ แม้ว่าปัญหาไฟฟ้าดับจะได้รับการแก้ไขเป็นส่วนใหญ่แล้ว แต่ยังมีบ้านเรือนอีกราว 59,000 ครัวเรือนที่ยังคงไม่มีน้ำประปาใช้
ทั้งนี้ เมืองคุมาโมโตะเคยเผชิญกับเหตุแผ่นดินไหวรุนแรงมาแล้วในปี 2559 โดยครั้งนั้นเกิดแผ่นดินไหว 2 ครั้งต่อเนื่องในเวลาไม่ถึง 2 วัน ซึ่งส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตถึง 273 ศพ และมีผู้บาดเจ็บมากกว่า 2,800 คน
ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign
ที่มา : cna