องค์การอุตุนิยมวิทยาโลกเตือน เอลนีโญกำลังทวีความรุนแรง อาจซ้ำเติมคลื่นความร้อน ภัยแล้ง และฝนตกหนักทั่วโลก ขณะที่เลขาธิการยูเอ็นเรียกร้องยุติโครงการถ่านหิน น้ำมัน และก๊าซแห่งใหม่
วันที่ 31 กรกฎาคม 2569 องค์การอุตุนิยมวิทยาโลก (World Meteorological Organization: WMO) เตือนว่า ปรากฏการณ์เอลนีโญกำลังทวีความรุนแรงอย่างรวดเร็ว และมีแนวโน้มส่งผลต่อรูปแบบสภาพอากาศทั่วโลกในช่วงหลายเดือนข้างหน้า เพิ่มความเสี่ยงเกิดคลื่นความร้อน ภัยแล้ง ฝนตกหนัก และสภาพอากาศสุดขั้วในหลายภูมิภาค
โดยระบุว่า เอลนีโญได้ก่อตัวขึ้นแล้วในบริเวณมหาสมุทรแปซิฟิกเขตร้อน และคาดว่าจะพัฒนาเป็นเอลนีโญที่รุนแรงในช่วงเดือนกรกฎาคม-กันยายน 2569 โดยแบบจำลองพยากรณ์หลายชุดมีความเห็นสอดคล้องกันว่า อุณหภูมิผิวน้ำทะเลบริเวณมหาสมุทรแปซิฟิกตอนกลางและตะวันออกจะเพิ่มสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ
นายอันโตนิโอ กูเตอร์เรส เลขาธิการสหประชาชาติ กล่าวว่า เอลนีโญกำลังเข้ามาซ้ำเติมภาวะโลกร้อนที่เกิดจากกิจกรรมของมนุษย์ และอาจทำให้ผลกระทบจากสภาพอากาศสุดขั้วรุนแรงขึ้นและขยายวงกว้างกว่าเดิม โดยระบุว่าเอลนีโญกำลังเติมเชื้อเพลิงให้กับโลกที่ร้อนระอุอยู่แล้ว พร้อมเรียกร้องให้ทุกประเทศเร่งดำเนินมาตรการด้านสภาพภูมิอากาศอย่างจริงจัง โดยยุติการพึ่งพาเชื้อเพลิงฟอสซิล เร่งเปลี่ยนผ่านไปสู่พลังงานหมุนเวียน เพิ่มการคุ้มครองประชากรกลุ่มเปราะบาง และขยายระบบเตือนภัยล่วงหน้าให้ครอบคลุมทุกพื้นที่
เลขาธิการยูเอ็นยังเรียกร้องให้ยุติโครงการถ่านหิน น้ำมัน และก๊าซธรรมชาติแห่งใหม่ โดยมองว่าการขยายการใช้เชื้อเพลิงฟอสซิลเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้วิกฤตสภาพภูมิอากาศรุนแรงขึ้น
ทั้งนี้ ข้อมูลของดับเบิลยูเอ็มโอระบุว่า เอลนีโญมีแนวโน้มทำให้อุณหภูมิเฉลี่ยทั่วโลกเพิ่มสูงขึ้น และเปลี่ยนแปลงรูปแบบฝนในหลายภูมิภาค โดยในช่วงเดือนมิถุนายน-สิงหาคม 2569 คาดว่าพื้นที่ส่วนใหญ่ของโลกจะมีอุณหภูมิสูงกว่าค่าเฉลี่ย แม้ผลกระทบในแต่ละประเทศอาจแตกต่างกัน เนื่องจากยังมีปัจจัยด้านภูมิอากาศอื่นเข้ามาเกี่ยวข้อง โดยคาดว่า หลายพื้นที่ในแอฟริกา ยุโรปตอนใต้ อนุทวีปอินเดีย เอเชียตะวันออก และอเมริกาใต้ อาจเผชิญอุณหภูมิสูงกว่าปกติ ขณะที่บางภูมิภาคมีความเสี่ยงเกิดฝนตกหนักและน้ำท่วม ส่วนบางพื้นที่อาจเผชิญภาวะแห้งแล้งรุนแรง.
ที่มา BBC