กลุ่มสิทธิชาวโรฮิงญาในมาเลเซีย เรียกร้องนายกฯ อันวาร์ ทบทวนแผนส่งผู้ลี้ภัย 5,000 คนกลับเมียนมา ชี้สถานการณ์ความขัดแย้งยังไม่เอื้อต่อการเดินทางกลับอย่างปลอดภัย-อาจขัดหลักกม.ระหว่างประเทศ
วันที่ 31 กรกฎาคม 2569 กลุ่มองค์กรสิทธิมนุษยชนชาวโรฮิงญาในมาเลเซีย (Myanmar Ethnic Rohingya Human Rights Organization Malaysia) ออกแถลงการณ์เรียกร้องนายอันวาร์ อิบราฮิม นายกรัฐมนตรีมาเลเซีย และนายไซฟุดดิน นาซูชัน อิสมาอิล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย หารือกับสำนักงานข้าหลวงใหญ่ผู้ลี้ภัยแห่งสหประชาชาติ (UNHCR) รวมถึงตัวแทนชาวโรฮิงญา ก่อนดำเนินแผนส่งผู้ลี้ภัย 5,000 คนกลับเมียนมา
ความเคลื่อนไหวมีขึ้นหลังนายอันวาร์เปิดเผยระหว่างการปราศรัยหาเสียงก่อนการเลือกตั้งระดับรัฐในรัฐเนกรีเซมบีลันว่า รัฐบาลเมียนมาเห็นชอบที่จะรับชาวโรฮิงญาจำนวน 5,000 คนที่อยู่ในมาเลเซียกลับประเทศ โดยระบุว่าความสัมพันธ์อันดีระหว่างมาเลเซียกับเมียนมาช่วยให้ทั้งสองฝ่ายสามารถเจรจาเรื่องนี้ได้
อย่างไรก็ตาม กลุ่มสิทธิชาวโรฮิงญาระบุว่า การส่งชาวโรฮิงญากลับไปยังเมียนมาในขณะนี้อาจขัดต่อหลัก "การไม่ผลักดันกลับ" ซึ่งเป็นหลักสำคัญของกฎหมายระหว่างประเทศที่ห้ามส่งบุคคลกลับไปยังพื้นที่ที่ชีวิต เสรีภาพ หรือความปลอดภัยอาจตกอยู่ในอันตราย
กลุ่มสิทธิฯ ระบุว่า ชาวโรฮิงญายังคงเป็นกลุ่มคนไร้สัญชาติ และไม่สามารถเดินทางกลับเมียนมาได้อย่างปลอดภัย เนื่องจากยังเผชิญการกดขี่และความรุนแรงอย่างต่อเนื่อง พร้อมตั้งคำถามว่าชาวโรฮิงญาที่ไม่มีสถานะพลเมืองจะปลอดภัยในเมียนมาได้อย่างไร
นอกจากนี้ กลุ่มสิทธิฯ ยังเตือนว่า ชาวโรฮิงญาที่ถูกส่งกลับอาจถูกบังคับเกณฑ์เข้ากองทัพเมียนมาโดยไม่ได้รับการฝึกฝน และอาจถูกนำไปใช้เป็นโล่มนุษย์ในการสู้รบกับกองกำลังชาติพันธุ์ จึงเรียกร้องให้ประชาคมระหว่างประเทศเข้ามาดำเนินการอย่างเร่งด่วน
ทั้งนี้ มาเลเซียซึ่งมีประชากรส่วนใหญ่นับถือศาสนาอิสลาม เป็นหนึ่งในจุดหมายสำคัญของชาวโรฮิงญาที่หลบหนีการกดขี่จากเมียนมา โดยข้อมูลระบุว่า มีชาวโรฮิงญาราว 126,000 คนลงทะเบียนกับยูเอ็นเอชซีอาร์ในมาเลเซีย.
ที่มา Irrawaddy