ตำรวจอินโดนีเซียจับกุมนักบินสายการบินมาเลเซียแอร์ไลน์ส ชาวมาเลเซียวัย 39 ปี หลังพบยาเสพติดกว่า 25 กิโลกรัม ซุกในกระเป๋าเดินทางที่สนามบินนานาชาติกรุงจาการ์ตา รวมยาอีมากกว่า 70,000 เม็ด พร้อมยาไอซ์และอุปกรณ์เสพ ผลตรวจปัสสาวะพบใช้ยาเสพติดหลายชนิด ขณะที่ผู้ต้องหารับสารภาพเคยลักลอบขนยาเสพติดมาแล้วก่อนหน้านี้ 2 ครั้ง หากศาลตัดสินว่ามีความผิด อาจต้องโทษประหารชีวิตตามกฎหมายอินโดนีเซีย
สำนักงานสืบสวนคดีอาชญากรรมแห่งชาติอินโดนีเซีย เปิดเผยว่า เจ้าหน้าที่ได้จับกุมนักบินชาวมาเลเซียวัย 39 ปี ซึ่งระบุเพียงอักษรย่อ MSBO หลังพยายามลักลอบนำยาเสพติดจำนวนมากเข้าประเทศผ่านท่าอากาศยานนานาชาติซูการ์โน-ฮัตตา กรุงจาการ์ตา โดยผู้ต้องหาถูกจับกุมเมื่อช่วงค่ำวันอังคาร (28 ก.ค.) หลังเดินทางมาจากกรุงกัวลาลัมเปอร์ ประเทศมาเลเซีย และผ่านจุดตรวจสัมภาระที่อาคารผู้โดยสารระหว่างประเทศ เทอร์มินัล 3
พล.ต.ต.เอโก ฮาดี ซันโตโซ ผู้อำนวยการกองปราบปรามยาเสพติดของกล่าวว่า เจ้าหน้าที่ศุลกากรพบวัตถุต้องสงสัยจากเครื่องเอกซเรย์ จึงเปิดตรวจสอบกระเป๋าเดินทางของผู้ต้องหา ภายในพบยาอีบรรจุอยู่ใน 14 ห่อใหญ่ รวม 70,114 เม็ด น้ำหนักสุทธิ 25,194.83 กรัม หรือประมาณ 25.2 กิโลกรัม นอกจากนี้ยังพบยาไอซ์ น้ำหนัก 2.74 กรัม และอุปกรณ์เสพที่มีคราบสารเมทแอมเฟตามีน
เจ้าหน้าที่ยังยึดของกลางอื่น ๆ ได้แก่ หนังสือเดินทางมาเลเซีย บัตรประชาชน ใบอนุญาตขับขี่ โทรศัพท์มือถือไอโฟน กระเป๋าสะพาย และเครื่องแบบนักบิน
จากการสอบสวน ผู้ต้องหารับสารภาพว่า ได้รับการว่าจ้างจากผู้ประสานงานในมาเลเซียเป็นเงิน 50,000 ริงกิตมาเลเซีย (ราว 408,700 บาท) เพื่อขนยาเสพติดมายังกรุงจาการ์ตา เมื่อเดินทางถึงอินโดนีเซีย จะมีบุคคลอีกคน ซึ่งเชื่อว่าอยู่ในมาเลเซีย แจ้งสถานที่นัดหมายให้ผู้ร่วมขบวนการมารับยาเสพติดที่โรงแรมหรือที่พักของผู้ต้องหา
ผู้ต้องหายังรับว่า เคยทำหน้าที่เป็นผู้ลำเลียงยาเสพติดมาแล้ว 2 ครั้ง โดยครั้งแรกขนยาไอซ์ไปยังรัฐซาบาห์ของมาเลเซีย และครั้งที่สองลักลอบขนยาไอซ์หนัก 7 กิโลกรัม เข้ากรุงจาการ์ตา ส่วนครั้งล่าสุดเป็นการขนยาอีและยาไอซ์ แต่ถูกจับกุมเสียก่อน
ตำรวจเปิดเผยว่าผลตรวจปัสสาวะของผู้ต้องหาให้ผลเป็นบวก พบสารเสพติดหลายชนิด ได้แก่ เมทแอมเฟตามีน (ยาไอซ์), เอ็มดีเอ็มเอ (MDMA) ซึ่งเป็นสารออกฤทธิ์ในยาอี และโคเคน
สื่อท้องถิ่นและเจ้าหน้าที่ตำรวจระบุเพิ่มเติมว่า ผู้ต้องหามีอาชีพเป็นนักบินของสายการบินระหว่างประเทศ และจากการสืบสวนพบว่า เขามีสารเสพติดอยู่ในร่างกายขณะทำหน้าที่บินเครื่องบินโดยสารขณะนี้ผู้ต้องหาถูกควบคุมตัวไว้ที่ศูนย์ควบคุมของสำนักงานสืบสวนคดีอาชญากรรมแห่งชาติอินโดนีเซียเพื่อดำเนินการสอบสวนเพิ่มเติม
เขาถูกแจ้งข้อหาตามมาตรา 113 วรรค 2 มาตรา 114 วรรค 2 และมาตรา 132 วรรค 1 ของกฎหมายยาเสพติดอินโดนีเซีย ฉบับที่ 35 ปี 2009 ซึ่งกำหนดโทษรุนแรงสำหรับการผลิต ครอบครอง และลักลอบค้ายาเสพติดในปริมาณมาก โดยในคดีร้ายแรงศาลสามารถพิพากษาลงโทษประหารชีวิตได้
อินโดนีเซียนับเป็นหนึ่งในประเทศที่บังคับใช้กฎหมายยาเสพติดเข้มงวดที่สุดแห่งหนึ่งของโลก และยังคงมีโทษประหารชีวิตสำหรับผู้กระทำผิดในคดียาเสพติดร้ายแรง แม้ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา การบังคับใช้โทษประหารจะเกิดขึ้นไม่บ่อยนักก็ตาม.
ที่มา New Straits Times / ANTARA / AFP / Reuters