รายได้ท่องเที่ยวจอร์เจียลดลง 3.8% หลังนักท่องเที่ยวตะวันออกกลางลดฮวบ ขณะที่ทั้งสหรัฐและอังกฤษยังคงคำแนะนำสำหรับพลเมืองให้เพิ่มความระมัดระวัง และหลีกเลี่ยงการเข้าไปในบางพื้นที่

ภาคการท่องเที่ยวของจอร์เจียเริ่มส่งสัญญาณชะลอตัว หลังรายได้จากการท่องเที่ยวในไตรมาสที่ 2 ของปี 2569 ลดลง 3.8% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน เหลือ 1.1 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยมีสาเหตุหลักจากจำนวนนักท่องเที่ยวจากตะวันออกกลางที่ลดลงอย่างมาก ขณะที่รัฐบาลสหรัฐอเมริกาและสหราชอาณาจักรยังคงออกคำแนะนำให้นักเดินทางเพิ่มความระมัดระวังเมื่อเดินทางไปยังจอร์เจีย

ข้อมูลจากบริษัทวิเคราะห์เศรษฐกิจ Galt & Taggart ระบุว่า จำนวนนักท่องเที่ยวจากอิหร่านลดลงถึง 65.1% ขณะที่นักท่องเที่ยวจากซาอุดีอาระเบียลดลง 61.9% และนักท่องเที่ยวจากตุรกีลดลง 10.9%

อย่างไรก็ตาม การหดตัวดังกล่าวได้รับการชดเชยบางส่วนจากรายได้ของนักท่องเที่ยวจากสหภาพยุโรป (EU) ที่เพิ่มขึ้น 12.1% รัสเซียเพิ่มขึ้น 10.1% ยูเครนเพิ่มขึ้น 49.8% และอาเซอร์ไบจานเพิ่มขึ้น 10.3%

เมื่อรวมช่วงครึ่งแรกของปี 2569 จอร์เจียมีรายได้จากการท่องเที่ยว 1.9 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ลดลง 2% จากปีก่อน ขณะที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่ารายได้ตลอดทั้งปีจะอยู่ที่ประมาณ 4.9 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ

ข้อมูลจากธนาคารแห่งชาติจอร์เจียยังระบุว่า นักท่องเที่ยวจากอิสราเอลเป็นกลุ่มที่ใช้จ่ายสูงที่สุด เฉลี่ย 1,519 ดอลลาร์สหรัฐต่อทริป รองลงมาคือซาอุดีอาระเบีย 1,469 ดอลลาร์สหรัฐ ยูเครน 1,429 ดอลลาร์สหรัฐ และนักท่องเที่ยวจากสหภาพยุโรป 1,347 ดอลลาร์สหรัฐต่อคน

ในช่วง 6 เดือนแรกของปี มีชาวรัสเซียเดินทางเข้าจอร์เจียกว่า 610,800 คน สร้างรายได้รวม 307 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือเฉลี่ย 503 ดอลลาร์สหรัฐต่อคน ขณะที่นักท่องเที่ยวจากสหภาพยุโรปและสหราชอาณาจักรมีจำนวน 249,200 คน แต่สร้างรายได้รวมสูงถึง 336 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือมีค่าใช้จ่ายเฉลี่ยต่อคนสูงกว่านักท่องเที่ยวชาวรัสเซียเกือบ 2.7 เท่า

สหรัฐฯ และอังกฤษแนะเพิ่มความระมัดระวัง แม้ยังไม่ยกระดับคำเตือน

แม้ว่าจอร์เจียยังคงได้รับการจัดอันดับจากกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ ให้อยู่ในระดับ Level 1: Exercise Normal Precautions หรือ "ใช้ความระมัดระวังตามปกติ" ซึ่งเป็นระดับคำแนะนำการเดินทางต่ำที่สุด แต่ทางการสหรัฐฯ ยังคงเตือนไม่ให้เดินทางไปยัง แคว้นอับคาเซีย (Abkhazia) และ แคว้นเซาท์ออสซีเชีย (South Ossetia) ซึ่งเป็นพื้นที่พิพาทที่อยู่ภายใต้การยึดครองของรัสเซีย เนื่องจากมีความเสี่ยงด้านความมั่นคง การก่ออาชญากรรม การควบคุมตัว และยังมีทุ่นระเบิดหรือวัตถุระเบิดที่ยังไม่ถูกเก็บกู้ในบางพื้นที่

ด้านกระทรวงการต่างประเทศสหราชอาณาจักร ก็มีคำแนะนำในทิศทางเดียวกัน โดยระบุว่าไม่ควรเดินทางเข้าไปในสองภูมิภาคดังกล่าว รวมถึงพื้นที่ใกล้แนวแบ่งเขตการปกครอง พร้อมแนะนำให้นักท่องเที่ยวหลีกเลี่ยงการชุมนุมทางการเมืองในกรุงทบิลิซี ซึ่งอาจเกิดขึ้นได้โดยไม่แจ้งล่วงหน้า และติดตามประกาศจากทางการอย่างใกล้ชิด

นอกจากนี้ รัฐบาลอังกฤษยังแนะนำให้นักท่องเที่ยวระมัดระวังการล้วงกระเป๋าในระบบขนส่งสาธารณะและสถานที่ท่องเที่ยวที่มีผู้คนหนาแน่น ไม่วางเครื่องดื่มทิ้งไว้โดยไม่มีคนดูแลในสถานบันเทิง ใช้บริการรถแท็กซี่ผ่านแอปพลิเคชันที่น่าเชื่อถือแทนการเรียกรถริมถนน และเพิ่มความระมัดระวังในการขับขี่ เนื่องจากผู้ใช้รถใช้ถนนบางส่วนขับรถค่อนข้างหวาดเสียว ขณะที่ถนนในพื้นที่ชนบทหลายแห่งมีไฟส่องสว่างและป้ายจราจรไม่เพียงพอ

แม้คำแนะนำด้านการเดินทางของสหรัฐฯ และสหราชอาณาจักรจะไม่ได้มีการยกระดับในช่วงที่ผ่านมา แต่ข้อมูลดังกล่าวได้รับความสนใจอีกครั้ง หลังจอร์เจียตกเป็นกระแสข่าวในหลายประเทศ และเป็นข้อมูลสำคัญสำหรับผู้ที่วางแผนเดินทางไปเยือนประเทศในภูมิภาคคอเคซัสแห่งนี้.

ที่มา : aliber.az, US department of state, GOV.uk

คลิกอ่านข่าวเกี่ยวกับ ข่าวต่างประเทศ