นักโบราณคดีของบัลแกเรีย เร่งขุดค้นและเก็บกู้ซากสัตว์ดึกดำบรรพ์ที่เชื่อว่าเป็น แมมมอธขนยาว หลังระดับน้ำในแม่น้ำดานูบลดลง จนเผยให้เห็นกระดูกโผล่ขึ้นมาบริเวณริมฝั่งใกล้หมู่บ้านไรยาโฮโว 

ผลการประเมินเบื้องต้นระบุว่า ซากที่ค้นพบมีความเป็นไปได้สูงว่าจะเป็นของแมมมอธขนยาว สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมขนาดมหึมาที่เคยอาศัยอยู่ทั่วทวีปยุโรปในยุคน้ำแข็ง โดยจนถึงขณะนี้ นักวิจัยสามารถขุดพบ กระดูกขากรรไกรล่าง งายาว กระดูกสะบัก ซี่โครง และชิ้นส่วนกระดูกอีกหลายชิ้น พร้อมเชื่อว่ายังมีโครงกระดูกอีกเป็นจำนวนมากฝังอยู่ใต้ดิน รอการขุดค้นในอนาคต


นายคราสซิเมียร์ คีรอฟ ภัณฑารักษ์แผนกธรรมชาติวิทยาของพิพิธภัณฑ์เปิดเผยว่า แมมมอธตัวนี้มีขนาดใหญ่เป็นพิเศษมีความสูงเกือบ 5 เมตร และมีน้ำหนักมากกว่า 7-8 ตัน พร้อมตั้งข้อสันนิษฐานว่า ซากของมันอาจถูกกระแสน้ำในแม่น้ำดานูบพัดพามาสะสมในบริเวณนี้ ซึ่งตลอดหลายพันปีที่ผ่านมาเป็นแหล่งทับถมของซากสัตว์ยุคก่อนประวัติศาสตร์จำนวนมาก

ด้านนางฮริสตินา อิวาโนวา นายกเทศมนตรีหมู่บ้านไรยาโฮโวกล่าวว่า พื้นที่ริมแม่น้ำแห่งนี้เคยมีการค้นพบโบราณวัตถุและซากสัตว์มาแล้วหลายครั้ง ทั้งเศษภาชนะดินเผาและวัตถุโบราณอื่น ๆ สะท้อนให้เห็นว่าพื้นที่แห่งนี้มีความสำคัญทางประวัติศาสตร์มาอย่างยาวนาน

ผู้เชี่ยวชาญระบุว่า แมมมอธขนยาวเป็นสัตว์ที่มีชีวิตอยู่เมื่อประมาณ 500,000-800,000 ปีก่อน และสูญพันธุ์ไปเมื่อราว 7,000-10,000 ปีก่อน ขณะที่ซากกระดูกที่เพิ่งถูกค้นพบมีสภาพเปราะบาง เนื่องจากแช่อยู่ในน้ำเป็นเวลานาน การนำขึ้นจากน้ำจึงต้องดำเนินการอย่างระมัดระวัง เพื่อป้องกันความเสียหายเมื่อสัมผัสอากาศ

หลังเสร็จสิ้นกระบวนการอนุรักษ์และการศึกษาทางวิทยาศาสตร์ ซากแมมมอธชุดนี้มีแผนจะนำไปจัดแสดงที่พิพิธภัณฑ์อีโคมิวเซียม ในเมืองรูเซ หากสภาพของชิ้นส่วนกระดูกเอื้ออำนวย

การค้นพบครั้งนี้ถือเป็นอีกหนึ่งหลักฐานสำคัญที่ช่วยต่อภาพโลกยุคก่อนประวัติศาสตร์ของยุโรป และอาจนำไปสู่การค้นพบโครงกระดูกแมมมอธที่สมบูรณ์ยิ่งกว่านี้ หากการขุดค้นในพื้นที่ยังคงดำเนินต่อไป.


ที่มา : Reuters

คลิกอ่านข่าวเกี่ยวกับ ข่าวต่างประเทศ