รัฐบาลจีนยื่นหนังสือประท้วงอย่างเป็นทางการต่อนิวซีแลนด์ หลังนายวินสตัน ปีเตอร์ส รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ กล่าวในรัฐสภาให้ สส.เชื้อสายจีน "กลับประเทศของคุณ" ระหว่างการอภิปรายเรื่องการรับมือโควิด-19 จนถูกวิจารณ์อย่างหนักว่าเป็นการเหยียดเชื้อชาติ ขณะที่นายกรัฐมนตรีนิวซีแลนด์ตำหนิคำพูดดังกล่าวว่าไม่เหมาะสม ส่วนปีเตอร์สยืนยันไม่ขอถอนคำพูด โดยอ้างว่าเป็นการปกป้องประชาธิปไตยของประเทศ

สถานเอกอัครราชทูตจีนประจำนิวซีแลนด์เปิดเผยว่า ได้ยื่นหนังสือประท้วงอย่างเป็นทางการต่อกระทรวงการต่างประเทศและการค้าของนิวซีแลนด์ จากกรณีที่นายวินสตัน ปีเตอร์ส รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ซึ่งเป็นหัวหน้าพรรคนิวซีแลนด์เฟิร์สต์ กล่าวถ้อยคำพาดพิงถึงจีนระหว่างการประชุมรัฐสภา

สถานทูตจีนระบุว่า ได้แสดงความกังวลอย่างจริงจังต่อ "ถ้อยคำเชิงลบที่เกี่ยวข้องกับจีน" และเรียกร้องให้นิวซีแลนด์ดำเนินนโยบายที่เอื้อต่อความสัมพันธ์ทวิภาคี มากกว่าการสร้างความเสียหายต่อความสัมพันธ์ระหว่างสองประเทศ

ด้าน หวัง เสี่ยวหลง เอกอัครราชทูตจีนประจำนิวซีแลนด์ โพสต์ข้อความผ่านแพลตฟอร์ม X ว่า แม้โดยปกติจะไม่แทรกแซงการเมืองภายในของนิวซีแลนด์ แต่ "บางครั้งคำพูดก็สะท้อนตัวผู้พูดได้มากกว่าสิ่งอื่นใด"

เหตุการณ์เกิดขึ้นระหว่างการอภิปรายเรื่องการรับมือการแพร่ระบาดของโควิด-19 เมื่อวันที่ 29 กรกฎาคม หลังนายลอว์เรนซ์ ซู-หนาน (Lawrence Xu-Nan) สส.จากพรรคกรีน ซึ่งเกิดที่เมืองเทียนจิน ประเทศจีน แต่เติบโตในเมืองอ๊อกแลนด์ของนิวซีแลนด์ ซักถามปีเตอร์สว่า "คุณได้รับวัคซีนหรือไม่"

ปีเตอร์สตอบโต้ด้วยถ้อยคำรุนแรงว่า "กลับไปประเทศของคุณเถอะ" พร้อมกล่าวเพิ่มเติมว่า "ที่นั่นพวกเขาโกหกเหมือนปลาซีกเดียว แต่ที่นี่ไม่ใช่" และยังกล่าวอีกว่า "นี่คือประชาธิปไตย ไม่ใช่แบบที่คุณคุ้นเคย กลับไปยังที่ที่คุณจากมา เจ้าคนปากมาก" คำพูดดังกล่าวสร้างเสียงวิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวางทั้งในและนอกสภา

คริสโตเฟอร์ ลักซอน นายกรัฐมนตรีนิวซีแลนด์ ซึ่งบริหารประเทศในรัฐบาลผสมร่วมกับพรรคนิวซีแลนด์เฟิร์สต์ วิจารณ์คำพูดของปีเตอร์สว่าเป็นการ "เรียกร้องความสนใจ" และไม่เหมาะสม เขากล่าวย้ำว่า พรรคเนชันแนลและรัฐบาลสนับสนุนชุมชนชาวนิวซีแลนด์เชื้อสายจีน และต้องการให้ผู้แทนประชาชนมุ่งแก้ไขปัญหาที่ประชาชนเผชิญ มากกว่าการสร้างกระแสเพื่อเรียกความสนใจ

ด้าน ไซเมียน บราวน์ โฆษกด้านการหาเสียงของพรรคเนชันแนล ถึงกับระบุว่าคำพูดดังกล่าวเป็น "การเหยียดเชื้อชาติ" ขณะที่ คาร์เมล เซปูโลนี รองหัวหน้าพรรคแรงงาน เรียกร้องให้ปลดปีเตอร์สออกจากตำแหน่งรัฐมนตรีต่างประเทศ โดยระบุว่า บุคคลที่ดำรงตำแหน่งสำคัญด้านการทูตไม่ควรกล่าวถ้อยคำลักษณะนี้

ด้าน ทามาธา พอล สส.พรรคกรีน กล่าวว่า หากเป็นผู้มีอำนาจ เธอจะปลดปีเตอร์สทันที พร้อมย้ำว่า "การเหยียดเชื้อชาติเป็นสิ่งที่ยอมรับไม่ได้"

แม้จะถูกวิจารณ์อย่างหนัก แต่ปีเตอร์สยืนยันไม่ถอนคำพูด พร้อมโพสต์ผ่าน X ว่า นิวซีแลนด์เป็นประเทศประชาธิปไตยที่ให้ความสำคัญกับเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็น ซึ่งแตกต่างจากบางประเทศที่จำกัดเสรีภาพด้วยกำลัง เขายังเรียกผู้ที่วิจารณ์ตนว่าเป็น "คนที่แสดงความตกใจเกินเหตุ" และ "ผู้รับใช้คอมมิวนิสต์"

กระทรวงการต่างประเทศนิวซีแลนด์ระบุว่า ปีเตอร์สได้รับรายงานเกี่ยวกับการประท้วงจากสถานทูตจีนแล้ว แต่ยังคงยืนกรานว่าคำพูดของตนมีเป้าหมายเพื่อปกป้องประชาธิปไตยของนิวซีแลนด์

ลอว์เรนซ์ ซู-หนาน ให้สัมภาษณ์กับสถานีโทรทัศน์ TVNZ ว่า ปีเตอร์สกำลังใช้ชุมชนผู้อพยพเป็น "แพะรับบาป" เพื่อเบี่ยงเบนความสนใจจากผลงานของรัฐบาล เหตุการณ์ดังกล่าวยังทำให้ เมลิสซา ดาร์บี กรรมาธิการด้านความสัมพันธ์ทางเชื้อชาติของนิวซีแลนด์ ออกมาแสดงความผิดหวัง โดยระบุว่า นักการเมืองควรตระหนักว่าคำพูดของตนส่งผลต่อสังคม และไม่ควรสร้างความแตกแยกเพื่อหวังผลทางการเมือง

เหตุการณ์ครั้งนี้เป็นอีกหนึ่งในหลายกรณีที่นักการเมืองจากพรรคนิวซีแลนด์เฟิร์สต์ถูกวิจารณ์เรื่องการใช้ถ้อยคำเกี่ยวกับเชื้อชาติ ก่อนหน้านี้ เชน โจนส์ รองหัวหน้าพรรค เคยเปรียบเทียบข้อตกลงการค้าเสรีกับอินเดียว่าจะทำให้เกิด "สึนามิแกงบัตเตอร์ชิกเกน" ซึ่งถูกวิจารณ์ว่าเป็นการดูหมิ่นชาวอินเดีย

นอกจากนี้ ปีเตอร์สและโจนส์ยังเคยถูกกดดันให้ถอนคำพูด หลังกล่าวระหว่างการอภิปรายในรัฐสภาเมื่อปีก่อนว่า "ส่งชาวเม็กซิกันกลับบ้าน" ทั้งที่สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่ถูกพาดพิงเป็นชาวฟิลิปปินส์

จีนเป็นคู่ค้ารายใหญ่ที่สุดของนิวซีแลนด์ โดยในปีงบประมาณสิ้นสุดเดือนกันยายน 2025 มูลค่าการค้าระหว่างสองประเทศสูงกว่า 41,000 ล้านดอลลาร์นิวซีแลนด์ หรือประมาณ 8 แสนล้านบาท ทำให้เหตุการณ์ครั้งนี้ถูกจับตาว่าอาจส่งผลกระทบต่อความสัมพันธ์ทางการทูตและเศรษฐกิจระหว่างทั้งสองประเทศในระยะต่อไป.


ที่มา 1News / Reuters / AFP