"ฮง มยอง-โบ" อดีตหัวหน้าผู้ฝึกสอนทีมชาติเกาหลีใต้ และอดีตนายกสมาคมฟุตบอลเกาหลีใต้ ถูกไต่สวนอย่างหนัก ในการเข้าให้ปากคำต่อคณะกรรมาธิการด้านกีฬาของรัฐสภาเกาหลีใต้ เพื่อตรวจสอบข้อกล่าวหาเรื่องความไม่โปร่งใสในการบริหารสมาคมฟุตบอล รวมถึงสาเหตุที่ทีมชาติเกาหลีใต้ตกรอบแรกฟุตบอลโลก 2026

คณะกรรมาธิการด้านกีฬาแห่งรัฐสภาเกาหลีใต้ ดำเนินการไต่สวนวันนี้ (30 ก.ค.) เพื่อสอบถามข้อเท็จจริงเกี่ยวกับการบริหารงานของสมาคมฟุตบอลเกาหลีใต้ (KFA) หลังถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักจากปัญหาความไม่โปร่งใสในการบริหาร และผลงานอันน่าผิดหวังของทีมฟุตบอลชายในศึกฟุตบอลโลก 2026

ผู้ที่ถูกเชิญเข้าให้ปากคำในฐานะพยาน ได้แก่ ชุง มง-กยู อดีตนายกสมาคมฟุตบอลเกาหลีใต้ ซึ่งเพิ่งลาออกจากตำแหน่งเมื่อต้นเดือนกรกฎาคม และ ฮง มยอง-โบ อดีตหัวหน้าผู้ฝึกสอนทีมชาติชาย ที่ประกาศลาออกทันทีหลังทีมตกรอบแบ่งกลุ่มฟุตบอลโลกเมื่อเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา โดยการประชุมครั้งนี้มี อี แจ-จอง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากพรรคประชาธิปไตย (DP) ซึ่งเป็นพรรครัฐบาล เป็นประธานคณะกรรมาธิการ

คณะกรรมาธิการระบุว่า การไต่สวนไม่ได้มุ่งเน้นเพียงผลการแข่งขันฟุตบอลโลก แต่ต้องการตรวจสอบระบบบริหารงานของ KFA ทั้งหมด รวมถึงกระบวนการแต่งตั้งหัวหน้าผู้ฝึกสอน และแนวทางการกำกับดูแลวงการฟุตบอลเกาหลีใต้ในระยะยาว

อี แจ-จอง กล่าวว่า ฟุตบอลเป็นกีฬาที่สร้างความสุขและความภาคภูมิใจให้กับชาวเกาหลีใต้มายาวนาน แต่ในช่วงที่ผ่านมา ประชาชนตั้งคำถามอย่างมากเกี่ยวกับความโปร่งใสของสมาคมฟุตบอล และต้องการเห็นการปฏิรูปองค์กรอย่างจริงจัง โดยในการแข่งขันฟุตบอลโลก 2026 เกาหลีใต้จบอันดับในรอบแบ่งกลุ่มด้วยผลงานชนะ 1 นัด แพ้ 2 นัด ไม่สามารถผ่านเข้าสู่รอบ 32 ทีมสุดท้ายได้

ชุง มง-กยู ซึ่งดำรงตำแหน่งนายกสมาคมฟุตบอลเกาหลีใต้นาน 13 ปี กล่าวขอโทษต่อประชาชนและแฟนฟุตบอลสำหรับผลงานของทีมชาติ รวมถึงข้อถกเถียงที่เกิดขึ้นตลอดช่วงที่เขาบริหารองค์กร เขาระบุว่า ตลอดระยะเวลาที่ดำรงตำแหน่งได้พยายามพัฒนาวงการฟุตบอลเกาหลีใต้อย่างเต็มที่ แต่ยอมรับว่าผลงานในฟุตบอลโลกและประเด็นต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นสร้างความผิดหวัง พร้อมเผยว่าจะกลับไปทุ่มเทให้กับการบริหารธุรกิจของตนและทำงานเพื่อสังคมต่อไป

ด้าน ฮง มยอง-โบ กล่าวขอโทษแฟนบอล พร้อมยอมรับว่าไม่สามารถพาทีมทำผลงานได้ตามความคาดหวัง อดีตกุนซือทีมชาติเกาหลีใต้ยืนยันว่า พร้อมชี้แจงข้อเท็จจริงทั้งหมดตามที่ตนทราบ และจะไม่หลีกเลี่ยงความรับผิดชอบต่อสิ่งที่เกิดขึ้น

หนึ่งในประเด็นสำคัญของการไต่สวน คือกระบวนการแต่งตั้งฮง มยอง-โบ เป็นหัวหน้าผู้ฝึกสอนเมื่อปี 2024 ซึ่งก่อนหน้านี้กระทรวงวัฒนธรรม กีฬา และการท่องเที่ยวของเกาหลีใต้เคยสอบสวนว่า สมาคมฟุตบอลอาจไม่ได้ดำเนินการตามขั้นตอนการคัดเลือกที่เหมาะสม

สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากพรรคพลังประชาชน ตั้งข้อสังเกตว่า ฮงไม่ได้ผ่านกระบวนการสัมภาษณ์อย่างเป็นทางการ แต่ได้รับการทาบทามจาก อี อิม-แซง ผู้อำนวยการฝ่ายเทคนิคในขณะนั้น ระหว่างพบกันที่ร้านเบเกอรี่ใกล้บ้าน เมื่อถูกถามว่ารู้สึกอับอายกับกระบวนการแต่งตั้งหรือไม่ ฮงตอบว่า ขณะได้รับข้อเสนอ เขาเชื่อว่าทางสมาคมได้ดำเนินการทุกขั้นตอนอย่างถูกต้อง และยืนยันว่าไม่เคยร้องขอสิทธิพิเศษใด ๆ

อีกประเด็นที่ถูกหยิบยกขึ้นมา คือข้อกล่าวหาว่าสมาคมฟุตบอลให้ความสำคัญกับศิษย์เก่ามหาวิทยาลัยเกาหลี (Korea University) มากเป็นพิเศษ เนื่องจากชุง มง-กยู ก็เป็นศิษย์เก่าของสถาบันแห่งนี้

ชุงชี้แจงว่า ตลอดระยะเวลาที่เขาดำรงตำแหน่ง มีการแต่งตั้งหัวหน้าผู้ฝึกสอนทีมชาติชายทั้งหมด 25 คน แต่มีเพียง 1 คนเท่านั้นที่จบจากมหาวิทยาลัยโคเรีย ส่วนหัวหน้าผู้ฝึกสอนทีมชาติหญิงกว่า 20 คน ไม่มีผู้ใดจบจากสถาบันดังกล่าว อย่างไรก็ตาม เขายอมรับว่าภาพลักษณ์ดังกล่าวทำให้ประชาชนเกิดความเข้าใจเช่นนั้น และกล่าวขอโทษต่อสังคม

ภายหลังความล้มเหลวในฟุตบอลโลก กระทรวงวัฒนธรรม กีฬา และการท่องเที่ยวของเกาหลีใต้ ได้จัดตั้ง คณะกรรมการปฏิรูปฟุตบอลเกาหลี (K-Football Innovation Committee) เพื่อศึกษาแนวทางปฏิรูประบบบริหารของสมาคมฟุตบอลเกาหลีใต้และยกระดับธรรมาภิบาลของวงการฟุตบอล

หนึ่งในประธานร่วมของคณะกรรมการชุดดังกล่าว คือ พัค จี-ซอง อดีตกัปตันทีมชาติเกาหลีใต้ และ รยู ซึง-มิน ประธานคณะกรรมการโอลิมปิกและกีฬาเกาหลี โดยรยูเข้าร่วมการไต่สวนในฐานะผู้เชี่ยวชาญ ขณะที่พัคไม่ได้เข้าร่วมการประชุมครั้งนี้

การไต่สวนครั้งนี้สะท้อนแรงกดดันที่เพิ่มขึ้นต่อวงการฟุตบอลเกาหลีใต้ หลังทีมชาติทำผลงานต่ำกว่าความคาดหวัง และเสียงเรียกร้องจากสังคมให้ปฏิรูประบบบริหารของสมาคมฟุตบอลอย่างจริงจัง เพื่อฟื้นฟูความเชื่อมั่นของแฟนบอลและยกระดับฟุตบอลเกาหลีใต้ในอนาคต.


ที่มา Yonhap