รัสเซียเปิดฉากโจมตีทางอากาศครั้งใหญ่ทั่วยูเครนด้วยขีปนาวุธและโดรน ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 8 ราย รวมเด็กหญิงวัย 5 และ 12 ปี บาดเจ็บอีกหลายสิบคน ขณะที่โปแลนด์ ซึ่งเป็นสมาชิกนาโต ต้องส่งเครื่องบินขับไล่ขึ้นลาดตระเวนเพื่อปกป้องน่านฟ้าจากภัยคุกคามใกล้ชายแดน
กองทัพรัสเซียเปิดปฏิบัติการโจมตีด้วยขีปนาวุธพิสัยไกลและอากาศยานไร้คนขับ (โดรน) ต่อหลายพื้นที่ของยูเครนในช่วงเช้ามืดวันนี้ (30 ก.ค.) ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 8 ราย และบาดเจ็บอีกจำนวนมาก
สัญญาณเตือนภัยทางอากาศดังขึ้นในเกือบทุกภูมิภาคของยูเครน โดยเกิดแรงระเบิดหลายครั้งในกรุงเคียฟ ส่งผลให้เกิดเพลิงไหม้อาคารและพื้นที่หลายแห่ง ทางการกรุงเคียฟยืนยันว่ามีผู้เสียชีวิต 1 ราย และบาดเจ็บอีกอย่างน้อย 2 ราย ขณะที่เขตทางตะวันออกของเมืองมีผู้ได้รับบาดเจ็บเพิ่มเติมอีก 5 คน
ความสูญเสียรุนแรงที่สุดเกิดขึ้นที่เมืองคริฟวีริห์ บ้านเกิดของประธานาธิบดีโวโลดีมีร์ เซเลนสกี เมื่อขีปนาวุธพิสัยใกล้แบบ อิสกันเดอร์-เอ็ม (Iskander-M) พุ่งตกใส่บ้านพักของครอบครัวหนึ่ง เจ้าหน้าที่ระบุว่ามีผู้เสียชีวิต 6 ราย รวมถึงเด็กหญิงอายุ 5 ปี และ 12 ปี อีกทั้งมีผู้ได้รับบาดเจ็บอย่างน้อย 8 คน พร้อมเตือนว่ายอดผู้เสียชีวิตอาจเพิ่มขึ้น เนื่องจากเจ้าหน้าที่ยังคงค้นหาผู้ติดอยู่ใต้ซากอาคาร
ที่เมืองลวีฟ ทางตะวันตกของยูเครน ใกล้ชายแดนโปแลนด์ ขีปนาวุธรัสเซียสร้างความเสียหายให้กับอาคารที่พักอาศัยอย่างน้อย 2 แห่ง มีผู้ได้รับบาดเจ็บอย่างน้อย 15 คน ขณะที่เจ้าหน้าที่กู้ภัยเร่งค้นหาผู้รอดชีวิตใต้ซากปรักหักพัง ส่วนภูมิภาคโปลตาวาทางตะวันออก มีผู้เสียชีวิตอีก 1 ราย หลังโดรนโจมตีคลังสินค้า
ด้านกองทัพโปแลนด์ประกาศส่งเครื่องบินขับไล่และเครื่องบินเตือนภัยล่วงหน้าขึ้นปฏิบัติการ พร้อมยกระดับความพร้อมของระบบป้องกันภัยทางอากาศและระบบเรดาร์ เพื่อป้องกันน่านฟ้าของประเทศ ท่ามกลางการโจมตีของรัสเซียที่เกิดขึ้นใกล้ชายแดน
กองทัพโปแลนด์ระบุว่า มาตรการดังกล่าวเป็นการป้องกันเชิงรุก เพื่อรับมือความเสี่ยงจากการโจมตีที่อาจลุกลามเข้าสู่น่านฟ้าของประเทศสมาชิกองค์การสนธิสัญญาแอตแลนติกเหนือ (นาโต)
ก่อนเกิดเหตุ ประธานาธิบดีโวโลดีมีร์ เซเลนสกี ได้เตือนว่ารัสเซียกำลังเตรียมการโจมตีครั้งใหญ่ พร้อมเรียกร้องให้พันธมิตรตะวันตกเร่งสนับสนุนระบบป้องกันขีปนาวุธเพิ่มเติม เซเลนสกีกล่าวว่า ความปลอดภัยของชาวยูเครนขึ้นอยู่กับความพร้อมของพันธมิตรในการจัดหาอาวุธป้องกันภัยทางอากาศ โดยเฉพาะขีปนาวุธสกัดกั้นของระบบแพทริออต ซึ่งยูเครนกำลังขาดแคลนอย่างหนัก
ก่อนหน้านี้ เซเลนสกีเดินทางเยือนสหรัฐ และเปิดเผยว่าได้หารือกับประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ซึ่งเห็นชอบในหลักการที่จะให้ยูเครนได้รับสิทธิ์ผลิตขีปนาวุธสกัดกั้นแพทริออตภายในประเทศ
ขณะเดียวกัน ทางการรัสเซียเปิดเผยว่า โดรนของยูเครนได้โจมตีคลังสินค้าของบริษัทค้าปลีกออนไลน์รายใหญ่ Wildberries ในเมืองเพนซา ทางตะวันตกของประเทศ ส่งผลให้เกิดเพลิงไหม้ มีผู้ได้รับบาดเจ็บ 1 ราย และต้องอพยพประชาชนราว 200 คน
บริษัท Wildberries ระบุว่า ได้ปรับเปลี่ยนเส้นทางการขนส่งสินค้าเพื่อบรรเทาผลกระทบ หลังคลังสินค้าหลายแห่งตกเป็นเป้าหมายโจมตีอย่างต่อเนื่องในช่วงที่ผ่านมา โดยความเสียหายได้กระทบต่อผู้ประกอบการรายย่อยหลายหมื่นรายที่ใช้แพลตฟอร์มดังกล่าวในการดำเนินธุรกิจ
สงครามระหว่างรัสเซียและยูเครนดำเนินต่อเนื่องนับตั้งแต่รัสเซียเปิดปฏิบัติการรุกรานยูเครนเต็มรูปแบบเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 2565 โดยทั้งสองฝ่ายต่างปฏิเสธว่าไม่ได้มุ่งโจมตีพลเรือน
อย่างไรก็ตาม องค์การสหประชาชาติระบุว่าเดือนที่ผ่านมาเป็นช่วงที่มีพลเรือนเสียชีวิตในยูเครนมากที่สุดนับตั้งแต่เดือนเมษายน 2022 สะท้อนถึงความรุนแรงของการโจมตีด้วยขีปนาวุธและโดรนที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง แม้ความพยายามผลักดันการเจรจาสันติภาพจะยังดำเนินอยู่ก็ตาม.