กองทัพสหรัฐฯ เปิดปฏิบัติการโจมตีทางอากาศครั้งใหญ่ต่อเป้าหมายของกองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลามในอิหร่าน เพื่อตอบโต้เหตุอิหร่านยิงขีปนาวุธโจมตีฐานทัพสหรัฐฯ ในจอร์แดนและเรือในช่องแคบฮอร์มุซ ขณะที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ประกาศว่าจะ "ตอบโต้เต็มกำลัง" ด้านสถานการณ์ความขัดแย้งลุกลามไปยังอิรักและอียิปต์ ส่งผลให้ราคาน้ำมันโลกพุ่งสูงและเพิ่มความกังวลต่อเสถียรภาพของภูมิภาค

กองบัญชาการกลางสหรัฐฯ (CENTCOM) แถลงว่า ปฏิบัติการโจมตีทางอากาศต่ออิหร่านเสร็จสิ้นเมื่อเวลา 22.00 น. ของวันที่ 29 กรกฎาคม ตามเวลาท้องถิ่นกรุงวอชิงตัน หลังใช้เวลาปฏิบัติการราว 2 ชั่วโมง CENTCOM ระบุว่า ได้โจมตีเป้าหมายของกองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลาม (IRGC) หลายสิบแห่งทั่วอิหร่าน โดยเป้าหมายประกอบด้วย ศูนย์บัญชาการทางทหาร, ฐานขีปนาวุธและอากาศยานไร้คนขับ (โดรน), ระบบเฝ้าระวังและป้องกันชายฝั่ง และขีดความสามารถด้านปฏิบัติการทางทะเล

กองทัพสหรัฐระบุว่า ปฏิบัติการดังกล่าวเป็นการตอบโต้ความพยายามของอิหร่านในการยิงขีปนาวุธโจมตีฐานทัพสหรัฐฯ ในจอร์แดนและเรือในช่องแคบฮอร์มุซเมื่อวันอังคารที่ผ่านมา พร้อมยืนยันว่า ระบบป้องกันภัยทางอากาศสามารถสกัดขีปนาวุธทั้งหมดได้สำเร็จ

ก่อนการโจมตีไม่กี่ชั่วโมง ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ กล่าวที่ทำเนียบขาวว่า ถึงเวลาที่สหรัฐฯ จะตอบโต้การโจมตีของอิหร่าน "ตอนนี้ถึงตาของเราแล้ว เราจะโจมตีพวกเขาอย่างหนัก" อย่างไรก็ตาม ทรัมป์ยังย้ำว่าสหรัฐยังคงเปิดกว้างต่อการหาทางออกผ่านการเจรจากับรัฐบาลอิหร่าน หากมีโอกาสบรรลุข้อตกลงสันติภาพ

อิหร่านยืนยันว่า ได้ยิงขีปนาวุธโจมตีฐานทัพสหรัฐฯ ในจอร์แดน รวมถึงเรือในช่องแคบฮอร์มุซ เพื่อตอบโต้การโจมตีของสหรัฐฯ และอิสราเอล พร้อมปฏิเสธข้อเสนอของโอมานที่เสนอให้ประเทศต่าง ๆ ร่วมกันบริหารจัดการช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางลำเลียงน้ำมันและก๊าซธรรมชาติที่สำคัญที่สุดแห่งหนึ่งของโลก

ด้านกองกำลัง IRGC ระบุว่า การโจมตีมีเป้าหมายที่ฐานทัพอากาศและศูนย์บัญชาการของสหรัฐฯ ในจอร์แดน รวมทั้งโจมตีเรือบรรทุกน้ำมัน 3 ลำในช่องแคบฮอร์มุซ โดยอ้างว่าเรือเหล่านั้นเดินเรือผ่านเส้นทางที่ "ไม่ปลอดภัยและผิดกฎหมาย"

ก่อนหน้าการโจมตีอิหร่านหนึ่งวัน สหรัฐฯ และซาอุดีอาระเบียได้เปิดปฏิบัติการร่วมกันเป็นครั้งแรก โจมตีฐานที่มั่นของกลุ่มติดอาวุธที่อิหร่านสนับสนุนในภาคตะวันออกของอิรัก กองกำลัง Popular Mobilisation Forces (PMF) ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากอิหร่าน เปิดเผยว่า มีสมาชิกเสียชีวิตอย่างน้อย 20 คน และบาดเจ็บอีก 32 คน รัฐบาลอิรักประณามการโจมตีดังกล่าวว่าเป็นการละเมิดอธิปไตยของประเทศ ขณะที่ทรัมป์ยืนยันว่าปฏิบัติการดังกล่าวดำเนินการโดยประสานงานกับรัฐบาลอิรัก

สำนักข่าวหลายแห่งยังรายงานว่า รัฐมนตรีกลาโหมซาอุดีอาระเบียได้เข้าพบรองประธานาธิบดีสหรัฐ เจดี แวนซ์ เพื่อขอให้รัฐบาลวอชิงตันหลีกเลี่ยงการขยายสงครามไปยังเยเมนและการโจมตีเพิ่มเติมต่อกลุ่มติดอาวุธที่อิหร่านหนุนหลัง

สถานการณ์ที่ทวีความรุนแรงส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบโลกพุ่งขึ้นอย่างรวดเร็ว โดยราคาน้ำมันดิบเบรนท์ทะยานขึ้นเกือบ 8% ในระหว่างวัน ก่อนอ่อนตัวลงมาเคลื่อนไหวใกล้ระดับ 90 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล ขณะที่ราคาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (WTI) ก็ปรับตัวสูงขึ้นเช่นกัน

แม้ความตึงเครียดจะเพิ่มขึ้น แต่ข้อมูลการเดินเรือเบื้องต้นระบุว่า เรือบรรทุกสินค้าและเรือบรรทุกน้ำมันหลายสิบลำยังคงเดินทางผ่านทะเลแดง ขณะที่การเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซยังอยู่ในระดับจำกัด เนื่องจากพื้นที่ดังกล่าวได้รับผลกระทบจากสงครามตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา

สงครามระหว่างสหรัฐ อิสราเอล และอิหร่าน เริ่มต้นขึ้นเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ หลังสหรัฐฯ และอิสราเอลเปิดปฏิบัติการโจมตีทางอากาศต่ออิหร่าน โดยในขณะนั้นประธานาธิบดีทรัมป์เคยระบุว่า ปฏิบัติการจะใช้เวลาเพียงไม่กี่สัปดาห์

อย่างไรก็ตาม แม้จะมีการหยุดยิงชั่วคราวในเดือนมิถุนายน แต่ข้อตกลงดังกล่าวล่มลงจากการสู้รบรอบใหม่บริเวณช่องแคบฮอร์มุซ และจนถึงขณะนี้ ความขัดแย้งได้ยืดเยื้อเข้าสู่เดือนที่ห้า ท่ามกลางความกังวลว่าสงครามอาจขยายวงกว้างจนดึงประเทศต่าง ๆ ในตะวันออกกลางเข้าสู่ความขัดแย้งมากขึ้น และส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจโลกและความมั่นคงด้านพลังงานในระยะยาว.


ที่มา BBC / Reuters