ตำรวจรัฐยะโฮร์ของมาเลเซียเปิดปฏิบัติการบุกทลายเครือข่ายหลอกลวงออนไลน์ 2 กลุ่มในโครงการฟอเรสต์ซิตี้ จับกุมผู้ต้องหาได้ 335 คน ในจำนวนนี้เป็นชาวจีนกว่า 309 คน พร้อมยึดคอมพิวเตอร์ โทรศัพท์มือถือ และอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์จำนวนมาก พบพฤติกรรมตุ๋นลงทุนคริปโตฯ-หลอกให้รัก เผยแก๊งคอลเซ็นเตอร์แห่ย้ายฐานเข้าประเทศ หลังหลบการปราบปรามในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
ตำรวจรัฐยะโฮร์ ประเทศมาเลเซีย เปิดเผยว่า สามารถทลายเครือข่ายแก๊งหลอกลวงออนไลน์ได้ 2 กลุ่ม ในพื้นที่โครงการฟอเรสต์ซิตี้ (Forest City) เมืองอิสกันดาร์ปูเตรี และจับกุมผู้ต้องหาได้รวม 335 คน ซึ่งส่วนใหญ่เป็นชาวต่างชาติ
พลตำรวจตรี อับดุล ราฮามาน อาร์ซัด ผู้บัญชาการตำรวจรัฐยะโฮร์ เปิดเผยว่า ปฏิบัติการดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 15 กรกฎาคม โดยผู้ต้องหามีอายุระหว่าง 20-58 ปี ประกอบด้วย ชาวจีน 309 คน ชาวอินโดนีเซีย 19 คน ชาวเมียนมา 4 คน และชาวมาเลเซีย 3 คน ในจำนวนนี้ มีผู้ต้องหา 159 คน ถูกนำตัวขึ้นศาลเพื่อดำเนินคดีเมื่อวันอังคาร (28 ก.ค.)
ตำรวจยืนยันว่าเครือข่ายอาชญากรรมทั้งสองกลุ่ม ไม่มีความเกี่ยวข้องกับ "Network School" ซึ่งเป็นชุมชนดิจิทัลโนแมดที่ถูกทางการรัฐยะโฮร์สั่งยุติการดำเนินงานในฟอเรสต์ซิตี้เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา หลังถูกเพิกถอนใบอนุญาตประกอบธุรกิจ
เจ้าหน้าที่เข้าตรวจค้น อพาร์ตเมนต์ 27 ห้อง และบ้านพัก 5 หลัง ภายในโครงการฟอเรสต์ซิตี ซึ่งเป็นเมืองพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ริมชายฝั่งขนาดใหญ่ จากการตรวจค้น เจ้าหน้าที่ยึดของกลางจำนวนมาก ได้แก่ คอมพิวเตอร์ 313 เครื่อง, โทรศัพท์มือถือ 1,557 เครื่อง, คอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊ก 17 เครื่อง, อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ที่ใช้ก่อเหตุอีกหลายรายการ รวมถึงรถยนต์อเนกประสงค์ Mazda CX-8 จำนวน 1 คัน
ตำรวจระบุว่า เครือข่ายแรกมีผู้ต้องหา 279 คน ทำหน้าที่หลอกลวงในรูปแบบ "โรแมนซ์สแกม" หรือการหลอกให้รัก และชักชวนลงทุนในสกุลเงินดิจิทัลปลอม โดยมีเหยื่อส่วนใหญ่อยู่ในประเทศจีนและอินโดนีเซีย
ส่วนเครือข่ายที่สอง มีผู้ต้องหา 56 คน ในจำนวนนี้ 54 คนเป็นชาวต่างชาติ ใช้วิธีแอบอ้างเป็นบริษัทจัดหางาน ก่อนหลอกให้ลงทุนในคริปโตเคอร์เรนซีปลอม นอกจากนี้ ยังพบว่าผู้ต้องหาบางรายไม่มีเอกสารเดินทางหรือใบอนุญาตพำนักในมาเลเซียที่ถูกต้อง
ตำรวจได้เปิดสำนวนสอบสวน 23 คดี ครอบคลุมความผิดฐานฉ้อโกงและพำนักในประเทศโดยผิดกฎหมาย ในจำนวนนี้ มี 14 สำนวน ที่ส่งให้อัยการแล้ว และมีคำสั่งฟ้องผู้ต้องหา 194 คน โดยผู้ต้องหาอีก 35 คน จะถูกนำตัวขึ้นศาลแขวงยะโฮร์บาห์รูในวันพุธ ขณะที่อีก 9 สำนวนยังอยู่ระหว่างการพิจารณาของสำนักงานอัยการ
ผู้บัญชาการตำรวจรัฐยะโฮร์ระบุว่า ผู้บงการตัวจริงของเครือข่ายทั้งสองยังคงหลบหนี และเจ้าหน้าที่กำลังติดตามตัว โดยประสานความร่วมมือกับตำรวจสากล
ทางการมาเลเซียแสดงความกังวลในช่วงหลายเดือนที่ผ่านมา หลังพบแนวโน้มที่เครือข่ายอาชญากรรมข้ามชาติ ทั้งแก๊งคอลเซ็นเตอร์และเว็บพนันออนไลน์ กำลังย้ายฐานปฏิบัติการจาก กัมพูชา เมียนมา และลาว ซึ่งเพิ่มความเข้มงวดในการปราบปรามธุรกิจผิดกฎหมาย
ก่อนหน้านี้เมื่อเดือนพฤษภาคม พลตำรวจเอก โมฮัมหมัด คาลิด อิสมาอิล ผู้บัญชาการตำรวจมาเลเซีย เคยออกมาเตือนว่า กลุ่มแก๊งข้ามชาติกำลังฉวยโอกาสจากนโยบายยกเว้นวีซ่าของมาเลเซีย เพื่อเข้ามาใช้เป็นฐานในการก่ออาชญากรรม
ก่อนหน้านั้น ตำรวจมาเลเซียได้จับกุมผู้ต้องหา 187 คน ในพื้นที่หุบเขากลัง (Klang Valley) พร้อมยึดทรัพย์สินมูลค่าเกือบ 58 ล้านริงกิต โดยผู้ต้องหาส่วนใหญ่เป็นชาวจีน รวมถึงชาวญี่ปุ่น เวียดนาม อินโดนีเซีย ไทย ฟิลิปปินส์ ลาว และเมียนมา
ทางการมาเลเซียยืนยันว่าจะเดินหน้าประสานงานกับกรมตรวจคนเข้าเมืองและหน่วยงานด้านความมั่นคง เพื่อเพิ่มการตรวจสอบการเดินทางเข้าประเทศของชาวต่างชาติ และสกัดการใช้มาเลเซียเป็นฐานปฏิบัติการของเครือข่ายอาชญากรรมข้ามชาติต่อไป.
ที่มา CNA