โดนัลด์ ทรัมป์ เชื่อว่า มีโอกาสสูงที่ข้อตกลงกับอิหร่านจะเกิดขึ้น แม้เตหะรานปฏิเสธข่าวที่ว่ากำลังมีการเจรจา พร้อมเตือนด้วยว่า สหรัฐฯ พร้อมจะกลับไปโจมตีอีกครั้งหากไม่มีข้อตกลง

เมื่อวันจันทร์ที่ 27 ก.ค. 2569 โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ บอกกับผู้สื่อข่าวบนเครื่องบินแอร์ฟอร์ซวันว่า เขามองว่ามีโอกาสสูงที่การทูตกับอิหร่านอาจนำไปสู่ข้อตกลงเพื่อยุติสงครามที่ยืดเยื้อมานานหลายเดือนได้ แต่ก็เตือนว่าวอชิงตันจะกลับมาเปิดฉากโจมตีทางทหารอีกครั้งหากการเจรจาล้มเหลว

“ผมมีความอดทนสูงมาก ... เราจะมาดูกันว่าจะเกิดอะไรขึ้น ผมคิดว่ามีโอกาสสูงที่บางอย่างอาจเกิดขึ้นได้” ทรัมป์กล่าว หลังถูกถามถึงความคืบหน้าที่อาจเกิดขึ้นในการเจรจาสันติภาพ “หากมันไม่เกิดขึ้น เราก็จะกลับไปทำสิ่งที่เราเคยทำเมื่อสองวันที่แล้ว”

ทั้งนี้ หลังจากสหรัฐฯ ดำเนินการทิ้งระเบิดอย่างหนักหน่วงติดต่อกันถึง 13 คืนจนถึงเมื่อวันศุกร์ที่ 24 ก.ค. ขณะที่อิหร่านก็ตอบโต้ด้วยการโจมตีทรัพย์สินทางทหารของสหรัฐฯ ในชาติตะวันออกกลาง โดนัลด์ ทรัมป์ ก็สั่งระงับการโจมตีเมื่อช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา ขณะที่ฝ่ายอิหร่านระบุว่าจะหยุดโจมตีเช่นกัน ตราบเท่าที่สหรัฐฯ ไม่กลับมาโจมตีอีก

ทรัมป์กล่าวว่า ผู้นำอิหร่านเป็นฝ่ายร้องขอการประชุม และอ้างว่า “เหตุผลเดียวที่พวกเขาต้องการพบปะ ก็เพราะเราโจมตีพวกเขาอย่างหนักหน่วง”

อย่างไรก็ตาม ก่อนหน้านี้เตหะรานได้ปฏิเสธเรื่องการฟื้นฟูการเจรจาสันติภาพกับสหรัฐฯ โดยระบุว่ามีเพียงการส่งผ่านข้อความระหว่างทั้งสองฝ่ายผ่านคนกลางเท่านั้น

นอกจากนั้น นายทรัมป์ยังปฏิเสธความกังวลที่ว่าสงครามกับอิหร่านที่ดำเนินมานาน 5 เดือน ทำให้คลังยุทธภัณฑ์ของสหรัฐฯ ร่อยหรอลง ท่ามกลางรายงานข่าวว่า พลเอก แดน เคน กล่าวเตือนประธานาธิบดีในเรื่องนี้

“เรามียุทธภัณฑ์อยู่เยอะมาก” ทรัมป์กล่าว “เรามียุทธภัณฑ์ระดับกลางอยู่มากเกินกว่าที่เราจะใช้หมดด้วยซ้ำ ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นก็ตาม”

ผู้นำสหรัฐฯ กล่าวเสริมด้วยว่า เขาอยากให้สหรัฐฯ มีกองกำลังสำรองที่ใหญ่กว่านี้อีก แต่ก็บ่นด้วยว่า “มีการมอบยุทธภัณฑ์ไปให้ยูเครนมากเกินไป” ในสงครามกับรัสเซีย

เมื่อถูกถามว่า ซาอุดีอาระเบียกำลังพิจารณาที่จะเข้าร่วมข้อตกลงอับราฮัม (Abraham Accords) ซึ่งเป็นข้อตกลงฟื้นฟูความสัมพันธ์ทางการทูตกับอิสราเอลโดยมีสหรัฐฯ เป็นคนกลางหรือไม่ ทรัมป์ตอบว่า “ไม่ เรายังไม่ได้คุยกัน”

ทรัมป์ยังเผชิญกับคำถามอีกหลายข้อเกี่ยวกับนโยบายต่างประเทศ รวมถึงคำถามที่ว่าเกิดอะไรขึ้นกับเงินที่ยึดได้จากเวเนซุเอลา ซึ่งนายทรัมป์ตอบว่า เงินดังกล่าวอาจถูกนำไปใช้ในกองทัพสหรัฐฯ และส่งสัญญาณว่าวอชิงตันอาจดึงเงินทุนจากอิหร่านในลักษณะเดียวกันนี้ด้วย

“เรากำลังได้รับเงินจำนวนมาก นับพันนับหมื่นล้านดอลลาร์” เขากล่าว “และสิ่งนั้นจะเกิดขึ้นกับอิหร่านด้วยเช่นกัน”


ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign


ที่มา : cna