กระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ เผยว่า มีทหารสหรัฐฯ บาดเจ็บกว่า 600 นาย นับตั้งแต่สงครามกับอิหร่านปะทุเมื่อสิ้นเดือนกุมภาพันธ์ ท่ามกลางข้อครหาเรื่องการแก้ข้อมูลทหารที่เสียชีวิต

ตามรายงานอัปเดตล่าสุดของกระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ หรือ เพนตากอน เมื่อ 25 ก.ค. 2569 ระบุว่า มีเจ้าหน้าที่ทหารสหรัฐฯ ได้รับบาดเจ็บอย่างน้อย 624 นาย นับตั้งแต่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ สั่งการให้เปิดฉากโจมตีอิหร่านเมื่อ 28 ก.พ. ที่ผ่านมา ซึ่งจุดฉนวนให้เกิดสงครามกับอิหร่านซึ่งดำเนินมาจนถึงตอนนี้

ในบรรดาผู้ได้รับบาดเจ็บทั้งหมด มี 417 นายที่ได้รับบาดเจ็บในปฏิบัติการ “อีปิค ฟิวรี” (Epic Fury) ขณะที่อีก 207 นายบาดเจ็บใน “ปฏิบัติการในต่างประเทศ” ซึ่งเป็นหมวดที่เพิ่งปรากฏบนเว็บไซต์ของเพนตากอนเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา โดยเป็นการนับสถิติตั้งแต่วันที่ 7 ก.ค.เป็นต้นไป

สหรัฐฯ และอิหร่านได้บรรลุข้อตกลงหยุดยิงเมื่อเดือนเมษายน และลงนามในบันทึกความเข้าใจ (MOU) เมื่อเดือนมิถุนายน แต่ตลอดช่วงที่ผ่านมายังคงเกิดการโจมตีจากทั้งสองฝ่ายประปรายจนกระทั่งเมื่อ 2 สัปดาห์ก่อน สหรัฐฯ กับอิหร่านโจมตีตอบโต้กันต่อเนื่องถึง 13 คืนติดต่อกัน ก่อนจะหยุดลงในช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา

เมื่อสัปดาห์ก่อน เพนตากอนได้ปรับแก้ตัวเลขผู้ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิตในสงคราม โดยนำรายชื่อของผู้เสียชีวิต 4 นายในปฏิบัติการ “อีปิค ฟิวรี” ย้ายไปอยู่ในยอดผู้เสียชีวิตในหมวดปฏิบัติการในต่างประเทศ ทำให้ตอนนี้สหรัฐฯ มีผู้เสียชีวิตในปฏิบัติการดังกล่าวเหลือ 14 ศพ

การเปลี่ยนแปลงสถิติผู้สูญเสียโดยไม่มีการชี้แจงและทำอย่างเงียบ ๆ ทั้งในส่วนของผู้บาดเจ็บและผู้เสียชีวิต ถูกวิพากษ์วิจารณ์ว่าเป็นการลดทอนความโปร่งใส

“คณะทำงานชุดนี้ดูเหมือนจะมีปัญหาอย่างมากในการพูดความจริงเกี่ยวกับสิ่งที่เกิดขึ้น ไม่ใช่แค่เรื่องตัวเลขผู้สูญเสียเท่านั้น แต่รวมถึงภาพรวมของสงครามทั้งหมดด้วย” พลโท เบน ฮอดเจส อดีตผู้บัญชาการกองทัพสหรัฐฯ ในยุโรปช่วงที่ทรัมป์ขึ้นดำรงตำแหน่งสมัยแรกกล่าว

ด้าน โทมัส แมสซี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรพรรครีพับลิกัน ซึ่งเป็นผู้เดินหน้าวิจารณ์นายทรัมป์บ่อยครั้ง โพสต์บนแพลตฟอร์ม X โดยเรียกการแบ่งแยกประเภทความขัดแย้งนี้ว่าเป็น “กลอุบายที่ไร้สาระ”

อย่างไรก็ตาม ฌอน พาร์เนลล์ โฆษกเพนตากอน ระบุผ่าน X ว่า ตัวเลขที่มีการเปลี่ยนแปลงนี้เป็น “ความขัดข้องชั่วคราวของข้อมูล” และ “ความผิดปกติของเว็บไซต์เหล่านี้กำลังอยู่ในระหว่างการแก้ไข โดยประสานงานร่วมกับเหล่าทัพต่าง ๆ”

ทั้งนี้ การเปลี่ยนแปลงรายชื่อดังกล่าวดูเหมือนจะสะท้อนถึงทหารสหรัฐฯ 4 นายที่เสียชีวิตในเดือนกรกฎาคม หลังจากข้อตกลงชั่วคราวที่ทรัมป์ลงนามเมื่อเดือนที่แล้วเริ่มร้าวฉาน และหลังจากที่ประธานาธิบดีได้ประกาศว่าการหยุดยิงกับอิหร่านนั้น “สิ้นสุดลงแล้ว”


ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign


ที่มา : bbc