อินเดียสั่งพักงานตำรวจรัฐพิหาร หลังคลิปวิดีโอเผยให้เห็นการใช้อาวุธปืน AK-47 ยิงขึ้นฟ้าระหว่างสลายการชุมนุมของนักศึกษา ท่ามกลางกระแสประท้วงของคนรุ่นใหม่ที่ยืดเยื้อมาหลายสัปดาห์จากกรณีข้อสอบเข้าคณะแพทยศาสตร์รั่วไหลและปัญหาว่างงาน

กองบังคับการตำรวจรัฐพิหาร มีคำสั่งสั่งพักงานเจ้าหน้าที่ตำรวจนายหนึ่ง หลังมีการเผยแพร่คลิปวิดีโอบนโลกออนไลน์ ซึ่งบันทึกภาพเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดควบคุมฝูงชนขณะถือปืนไรเฟิล AK-47 วิ่งเข้าหากลุ่มนักศึกษา เล็งปืนใส่ และลั่นไกยิงขึ้นฟ้าอย่างน้อย 3 นัด ระหว่างการประท้วงปิดเมือง "Bihar Bandh" ในเมืองซีวาน รัฐพิหาร เมื่อวันเสาร์ที่ 25 กรกฎาคมที่ผ่านมา

นายนิเลช กุมาร รองผู้บัญชาการตำรวจรัฐพิหาร แถลงยอมรับว่า เจ้าหน้าที่คนดังกล่าวสังกัดหน่วยข่าวกรองซึ่งปกติใช้ปฏิบัติการกับอาชญากรร้ายแรง แต่กลับนำปืน AK-47 มาใช้กับกลุ่มนักศึกษา ซึ่งถือเป็นการกระทำที่ผิดต่อขั้นตอนปฏิบัติอย่างร้ายแรงและไม่สามารถยอมรับได้ ทางกองทัพจึงสั่งพักงานทันทีและกำลังตั้งกรรมการสอบสวนวินัยอย่างเข้มงวด

แม้ทางตำรวจจะอ้างว่าไม่มีผู้บาดเจ็บจากการยิงปืน AK-47 ขึ้นฟ้า แต่รายงานท้องถิ่นยืนยันว่า มีผู้ได้รับบาดเจ็บ 3 รายจากเหตุความวุ่นวายและการปะทะในวันดังกล่าว โดยกำลังรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลในเมืองปัฏนา หนึ่งในนั้นคือ มูฮัมหมัด อาริฟ เยาวชนวัยเพียง 15 ปี ซึ่งถูกกระสุนยิงเข้าที่บริเวณคอขณะกำลังเดินทางกลับบ้านหลังปิดร้านค้า ครอบครัวระบุว่าเขาไม่ได้เข้าร่วมการประท้วง อย่างไรก็ดี แพทย์ได้ผ่าตัดนำกระสุนออกเรียบร้อยแล้วและอาการปลอดภัยแล้ว

กระแสการประท้วงของชาวอินเดียยืดเยื้อมานานกว่า 5 สัปดาห์ โดยมีชนวนเหตุสำคัญจากการรั่วไหลของข้อสอบเข้าวิทยาลัยแพทยศาสตร์ระดับชาติเมื่อเดือนพฤษภาคม ซึ่งกระทบนักศึกษากว่า 2 ล้านคนจนต้องสั่งสอบใหม่ ประกอบกับความแค้นเคืองต่อปัญหาการว่างงานของเยาวชน และความกังวลเรื่องเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) ที่จะเข้ามาแทนที่แรงงานในอุตสาหกรรมไอที

วิกฤตการณ์ดังกล่าวส่งผลให้รัฐมนตรีกระทรวงศึกษาธิการของอินเดียต้องประกาศลาออกจากตำแหน่งเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา ท่ามกลางการเคลื่อนไหวของพรรคประชาชนแมลงสาบ และกลุ่มนักศึกษาหลายหมื่นคนที่เดินขบวนมุ่งหน้าสู่สภาผู้แทนราษฎรในกรุงนิวเดลี ซึ่งก่อนหน้านี้ตำรวจถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักจากการใช้กำลังเกินกว่าเหตุ ทั้งการใช้กระบองสลายการชุมนุม แก๊สน้ำตา และปืนลูกซอง

เหตุการณ์ใช้ปืน AK-47 กับนักศึกษาได้กลายเป็นประเด็นร้อนในสภาผู้แทนราษฎรของอินเดียทันที นายมัลลิการ์ชุน คาร์เก หัวหน้าพรรคคองเกรสซึ่งเป็นฝ่ายค้านหลัก กล่าวในสภาว่า "นี่คือการโจมตีประชาธิปไตยที่ร้ายแรงที่สุดครั้งหนึ่งในประวัติศาสตร์ ไม่เคยมีครั้งไหนที่นักศึกษาจะถูกตี ถูกลาก และถูกปฏิบัติเหมือนอาชญากรเพียงเพราะพวกเขาออกมาเรียกร้องสิทธิ์"

ขณะที่ นายราหุล คานธี  ผู้นำฝ่ายค้านในสภาล่าง และ นายเตจัสวี ยาดัฟ  ผู้นำฝ่ายค้านในรัฐพิหาร ต่างออกมาประณามและจี้ให้ลงโทษผู้เกี่ยวข้อง ส่วนพรรคอามอาดมี (AAP) ออกมาชี้ว่า รัฐบาลพรรคบีเจพี (BJP) ได้เปลี่ยนประเทศประชาธิปไตยให้กลายเป็น "สนามยิงปืน" ไปแล้ว

นอกจากนี้ ผู้พิพากษาศาลฎีกา อุจจาล ภูญาน ได้ออกมากล่าวสุนทรพจน์เตือนสติว่า "พื้นที่สาธารณะสำหรับการแสดงความคิดเห็นที่แตกต่างในอินเดียกำลังลดน้อยลงเรื่อย ๆ สิทธิในการแสดงความคิดเห็นและการชุมนุมโดยสงบถือเป็นเสรีภาพขั้นพื้นฐานของประชาชน" ซึ่งนับเป็นถ้อยคำวิจารณ์ที่เกิดขึ้นได้ยากยิ่งจากผู้พิพากษาศาลสูงสุดของประเทศ.


ที่มา Reuters / NDTV