ราคาน้ำมันโลกลดลงมากกว่า 5% หลังจากสหรัฐฯ กับอิหร่านชะลอการโจมตีในช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา หลังจากโจมตีตอบโต้กันอย่างดุเดือดนาน 13 คืนต่อเนื่อง

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า ในวันอาทิตย์ที่ 26 ก.ค. 2569 น้ำมันดิบเบรนท์ (Brent) ซึ่งเป็นราคาอ้างอิงสากล ร่วงลงประมาณ 5.7% ไปปิดตลาดที่ราว 91.30 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ส่วนราคาน้ำมันดิบสหรัฐฯ (WTI) ปรับตัวลดลงราว 5.4% มาอยู่ที่ 84.43 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล

การสู้รบที่ระอุขึ้นอีกครั้งระหว่างสหรัฐอเมริกาและอิหร่านเมื่อช่วงต้นเดือนที่ผ่านมา ทำให้ราคาน้ำมันที่เคยปรับตัวลดลงจนต่ำกว่าช่วงก่อนที่สงครามในตะวันออกกลางจะปะทุ (เมื่อสิ้นเดือนกุมภาพันธ์) กลับมาเพิ่มขึ้นจนทะลุ 100 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรลอีกครั้งเมื่อสัปดาห์ก่อน

อย่างไรก็ตาม ในช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา สหรัฐฯ ส่งสัญญาณชะลอการโจมตีอิหร่าน โดยเอกอัครราชทูตสหรัฐฯ ประจำสหประชาชาติอ้างว่า เป็นเพราะประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ต้องการให้เพิ่มที่สำหรับการเจรจากับอิหร่านซึ่งยังคงดำเนินอยู่

อย่างไรก็ตาม สื่อในสหรัฐฯ หลายสำนักรายงานว่า ในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมาเจ้าหน้าที่ได้เตือนประธานาธิบดีทรัมป์ว่า การทิ้งระเบิดตลอดสองสัปดาห์ที่ผ่านมา ได้ทำลายเป้าหมายที่เลือกไว้ล่วงหน้าไปจนเกือบหมดสิ้นแล้ว

ขณะที่พลเอก แดน เคน ประธานคณะเสนาธิการร่วม เตือนประธานาธิบดีทรัมป์เป็นการส่วนตัวว่า การกลับมาปฏิบัติการทางทหารครั้งใหญ่กับอิหร่านอีกครั้ง มีความเสี่ยงเนื่องจากส่งผลกระทบเชิงลบต่อคลังกระสุน ซึ่งรวมถึงระบบขีปนาวุธสกัดกั้นที่ป้องกันทางอากาศของสหรัฐฯ ในตะวันออกกลางด้วย


ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign


ที่มา : cna