สมาชิกศาลอาญาระหว่างประเทศ (ICC) ลงมติถอดถอนนายคาริม ข่าน ออกจากตำแหน่งอัยการของ ICC ในข้อหาประพฤติมิชอบร้ายแรง หลังถูกผู้ช่วยหญิงกล่าวหาว่าล่วงละเมิดทางเพศ

ประเทศสมาชิกศาลอาญาระหว่างประเทศ หรือ ICC มีมติเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา (24 ก.ค.) สั่งถอดถอนนายคาริม ข่าน อัยการวัย 56 ปี ออกจากตำแหน่งอย่างเป็นทางการ จากข้อกล่าวหาล่วงละเมิดทางเพศผู้ช่วยหญิงในทีมงานของตนเอง ขณะที่ทนายของนายข่านอ้างว่า คำตัดสินนี้มีแรงจูงใจทางการเมือง

ในการลงมติลับ ณ สำนักงานใหญ่สหประชาชาติ กรุงนิวยอร์ก มีสมาชิก 82 จาก 125 ประเทศลงคะแนนเห็นชอบให้ถอดถอนนายข่านเนื่องจาก "กระทำผิดวินัยอย่างร้ายแรงและละเว้นการปฏิบัติหน้าที่อย่างรุนแรง" โดยมีเพียง 13 ประเทศที่ลงคะแนนให้อยู่ต่อ ขณะที่อีก 15 ประเทศงดออกเสียง

นายข่านยอมยุติการปฏิบัติหน้าที่ชั่วคราวตั้งแต่เดือนพฤษภาคม 2568 เพื่อต่อสู้คดี หลังมีการตั้งคณะกรรมการสอบสวนจากข้อกล่าวหาของเพื่อนร่วมงานหญิง โดยเขายังคงยืนกรานปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา และเตรียมใช้ช่องทางทางกฎหมายเพื่อคัดค้านมติดังกล่าว

ผู้เสียหายซึ่งเป็นทนายความชาวมาเลเซียและอดีตผู้ช่วยโดยตรงของนายข่าน เปิดเผยผ่านสื่อ CNN ว่า เหตุการณ์ดังกล่าวเป็นการคุกคามที่ยกระดับขึ้นเรื่อยๆ จนถึงขั้นทำร้ายร่างกาย พร้อมระบุว่า "ภายใต้ความเหลื่อมล้ำทางอำนาจขนาดนี้ ไม่มีทางที่จะเป็นการยินยอมพร้อมใจทั้งสองฝ่ายได้ เพราะเขาไม่ได้เป็นแค่เจ้านายของฉัน แต่เป็นเจ้านายของทุกคน"

ด้านทนายความของนายข่านเตือนว่า การถอดถอนครั้งนี้อาจส่งผลกระทบอย่างร้ายแรงต่อความเป็นอิสระของ ICC หากกระบวนการถอดถอนเกิดจากแรงจูงใจทางการเมืองหรือขาดความยุติธรรม

ขณะที่สหรัฐฯ ออกมาแสดงความยินดี โดยโฆษกกระทรวงการต่างประเทศระบุว่า ข่านเป็นเพียงส่วนหนึ่งขององค์กรที่คอร์รัปชันเกินเยียวยา (สหรัฐฯ และอิสราเอลไม่ได้ลงนามเป็นสมาชิก ICC)

ส่วนรัฐมนตรีกระทรวงการต่างประเทศอิสราเอลระบุว่า การถอดถอนครั้งนี้ล่าช้าไปมาก พร้อมชี้ว่าคำร้องขอหมายจับนายกรัฐมนตรีเบนจามิน เนทันยาฮู และอดีตรัฐมนตรีกระทรวงกลาโหมอิสราเอลก่อนหน้านี้ เป็นเพียงความพยายามของข่านในการเบี่ยงเบนประเด็นจากความผิดของตนเอง

ทางด้านองค์กรสิทธิมนุษยชน “ฮิวแมน ไรท์ส วอตช์” (Human Rights Watch) ระบุว่า ศาลอาญาระหว่างประเทศย่อมยิ่งใหญ่กว่าตัวบุคคลใดบุคคลหนึ่ง และหวังว่าองค์กรจะรักษามาตรฐานความน่าเชื่อถือและความปลอดภัยในสถานที่ทำงานอย่างเคร่งครัดต่อไป


ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign


ที่มา : cna