โดนัลด์ ทรัมป์ ถูกวิจารณ์ยับ หลังขึ้นเวทีเล่นมุกแซวสื่อกลางงานเลี้ยงสมาคมผู้สื่อข่าวประจำทำเนียบขาว ลั่นที่นี่รวมคน "เป็นโรคเกลียดทรัมป์" มากที่สุด

ประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ กลายเป็นประเด็นร้อน หลังขึ้นกล่าวสุนทรพจน์ในงานเลี้ยงของสมาคมผู้สื่อข่าวประจำทำเนียบขาว (WHCA) เมื่อคืนวันศุกร์ (24 ก.ค.) โดยตั้งใจใช้เวทีนี้หยอกล้อและเหน็บแนมสื่อมวลชน แต่กลับถูกวิจารณ์ว่า "มุกแป้ก" "ไม่ตลก" และ "น่าเบื่อ" จนกลายเป็นกระแสในสื่อและโลกออนไลน์

แม้งานดังกล่าวจะมีธรรมเนียมให้ผู้นำสหรัฐฯ และสื่อมวลชนล้อเลียนกันอย่างมีอารมณ์ขัน แต่หลายฝ่ายมองว่าการกล่าวสุนทรพจน์ของทรัมป์ครั้งนี้แตกต่างออกไป เพราะใช้เวลานานเกือบ 1 ชั่วโมง เต็มไปด้วยการโจมตีสื่อและคู่แข่งทางการเมือง มากกว่าการสร้างเสียงหัวเราะ

โดยหนึ่งในประโยคที่กลายเป็นไวรัลคือ "ที่นี่น่าจะเป็นสถานที่ที่รวมคนเป็น 'Trump Derangement Syndrome' มากที่สุดเท่าที่เคยมีมา" ซึ่งคำว่า Trump Derangement Syndrome เป็นคำที่ฝ่ายสนับสนุนทรัมป์ใช้เรียกผู้ที่ต่อต้านหรือวิจารณ์เขาอย่างรุนแรง โดยเปรียบเปรยว่าคนเหล่านั้นหมกมุ่นกับการเกลียดทรัมป์จนสูญเสียการใช้เหตุผล

ทรัมป์ยังพูดติดตลกว่า "บางครั้งผมก็คิดจริง ๆ ว่าพวกคุณบางคนไม่ชอบผม" และแซวว่า "เมื่อผมเลิกเล่นการเมือง พวกคุณคงจนกันหมด" พร้อมเรียกสื่อบางแห่งว่า "Fake News" 

แม้ทรัมป์ตั้งใจเล่นมุก แต่สื่ออเมริกันหลายสำนัก รวมถึงผู้ที่อยู่ในงาน มองว่าการแสดงครั้งนี้ แทบไม่มีจังหวะที่เรียกเสียงหัวเราะได้ หลายช่วงห้องจัดงานเงียบกว่าที่คาดไว้ และหลังจบงาน นักข่าว ผู้ดำเนินรายการ และผู้ใช้อินเทอร์เน็ตจำนวนมากต่างวิจารณ์ว่าเป็นหนึ่งในสุนทรพจน์ที่ฝืด ที่สุดของงาน WHCA

สำนัก CNN ถึงกับวิเคราะห์ว่า สิ่งที่น่าสนใจกว่ามุกตลก คือการที่สื่อสามารถวิจารณ์ประธานาธิบดีได้อย่างเปิดเผยผ่านทั้งรายการโทรทัศน์และโซเชียลมีเดีย ซึ่งสะท้อนหลัก เสรีภาพในการแสดงความคิดเห็นของสหรัฐฯ

อย่างไรก็ตาม ทรัมป์ยังกล่าวยกย่องเจ้าหน้าที่หน่วยอารักขาประธานาธิบดี ที่ช่วยหยุดมือปืนในเหตุการณ์เมื่อเดือนเมษายน พร้อมประณามความรุนแรงทางการเมือง 

แต่หลังจากนั้น เขาก็กลับมาเล่นมุกอีกครั้ง โดยแซวแขกในงานว่า หลายคนไม่ยอมใส่เสื้อเกราะกันกระสุน เพราะ ยอมตายดีกว่าดูอ้วนขึ้นอีก 20 ปอนด์ ซึ่งเป็นอีกประโยคที่ถูกวิจารณ์ว่าไม่เหมาะสม เนื่องจากงานจัดขึ้นหลังเกิดเหตุคนร้ายพยายามบุกยิงในงานเดียวกันเมื่อ 3 เดือนก่อน.


ที่มา : CNN

คลิกอ่านข่าวเกี่ยวกับ ข่าวต่างประเทศ