สภาผู้แทนราษฎรสหรัฐฯ ผ่านมติจำกัดอำนาจทำสงครามของ โดนัลด์ ทรัมป์ หลังกองทัพกลับมายิงตอบโต้กับอิหร่านอีกครั้ง แต่วุฒิสภาปัดตกมติดังกล่าว โดย สว.รีพับลิกันที่เคยโหวตช่วย ไม่เข้าร่วมในครั้งนี้

เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 23 ก.ค. 2569 สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐฯ ลงมติด้วยคะแนน 214 ต่อ 208 เสียง เห็นชอบมติจำกัดอำนาจของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ในการทำสงครามกับอิหร่าน โดยมี สส.จากพรรครีพับลิกันของทรัมป์ 4 คนแตกแถว ร่วมโหวตกับพรรคเดโมแครตด้วย

นี่นับเป็นครั้งแรกหลังข้อตกลงหยุดยิงระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่านล่มไปเมื่อ 2 สัปดาห์ก่อน ที่สภาผู้แทนฯ โหวตมติอำนาจทำสงคราม อย่างไรก็ตาม มติดังกล่าวถูกตีตกในวุฒิสภา โดยเหล่า สว.ลงมติคัดค้านด้วยคะแนนเสียง 47 ต่อ 49 เนื่องจาก สว. รีพับลิกัน 2 คนที่เคยสนับสนุนในรอบก่อนปฏิเสธที่จะลงคะแนนเสียงในครั้งนี้

แม้มตินี้จะผ่านสภาผู้แทนฯ แต่ก็ไม่มีผลบังคับใช้เป็นกฎหมายโดยตรง เนื่องจากเป็น “มติร่วม” (Concurrent Resolution) ที่ไม่ได้ส่งให้ประธานาธิบดีลงนาม และถึงแม้จะส่งไป ทรัมป์ก็สามารถใช้อำนาจยับยั้ง (Veto) ได้ ซึ่งสภาต้องใช้เสียงถึง 2 ใน 3 เพื่อลบล้างการใช้วีโต้ ซึ่งเป็นไปได้ยาก

มตินี้เกิดขึ้นตามหลังเหตุการณ์ที่เจ้าหน้าที่ทางการทหารของสหรัฐฯ 3 นายเสียชีวิตจากการโจมตีของอิหร่านที่ฐานทัพในจอร์แดนเมื่อสัปดาห์ก่อน หลังจากสหรัฐฯ กับอิหร่านหวนกลับมาโจมตีตอบโต้กันอย่างรุนแรงอีกครั้ง

หลังจากข้อตกลงหยุดยิงล้มเหลวลง สหรัฐฯ และอิหร่านได้เปิดฉากตอบโต้กันอย่างต่อเนื่องเป็นเวลา 12 วันติดต่อกันแล้ว โดยทรัมป์ขู่ที่จะโจมตีโครงสร้างพื้นฐานภาคพลเรือนและอาจส่งกำลังทหารบุกทางบก ขณะที่ฝ่ายอิหร่านก็ขู่จะตอบโต้กลับอย่างรุนแรง

ทั้งนี้ ตามรัฐธรรมนูญสหรัฐฯ สภาคองเกรสเท่านั้นที่มีอำนาจประกาศสงคราม แต่ฝ่ายบริหารของทรัมป์อ้างว่าการกระทำของอิหร่านเป็นภัยคุกคามที่กระชั้นชิดจึงใช้อำนาจป้องกันตนเองเพื่อเลี่ยงรัฐบัญญัติอำนาจทำสงครามปี 1973 (พ.ศ. 2516) ซึ่งผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายมองว่าเป็นการเลี่ยงบาลีและผิดกฎหมาย

พรรคเดโมแครตระบุว่า การลงมตินี้เป็นการส่งสัญญาณที่ชัดเจนว่าสภาคองเกรสต้องการดึงอำนาจในการทำสงครามกลับคืนมา และเรียกร้องให้ยุตติสงครามกับอิหร่าน

ด้านองค์กรภาคประชาสังคม (POGO) ชี้ว่าฝ่ายบริหารละเมิดกรอบเวลา 60 วัน ตามรัฐธรรมนูญในการทำสงครามโดยไม่ได้รับอนุญาต พร้อมเตือนว่าหากสภาคองเกรสจริงจังกับการยุติสงคราม ต้อง “ปฏิเสธ” การอนุมัติงบประมาณกลาโหมมูลค่า 1.15 ล้านล้านดอลลาร์ที่เพิ่งผ่านสภาผู้แทนฯ ซึ่งรวมถึงงบทำสงครามหลายหมื่นล้านดอลลาร์ด้วย


ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign


ที่มา : aljazeera