ราคาน้ำมันโลกปิดตลาดเกิน 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลเป็นครั้งแรกในรอบกว่า 2 เดือน เพิ่มขึ้นถึง 30% ภายในระยะเวลาเพียงไม่กี่สัปดาห์ จากสถานการณ์ในตะวันออกกลางที่ตึงเครียดยิ่งขึ้น

เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 23 ก.พ. 2569 ราคาน้ำมันปรับตัวสูงขึ้นอย่างมาก โดยราคาน้ำมันดิบเบรนท์ (Brent) ปิดตลาดเหนือระดับ 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลเป็นครั้งแรกในรอบ 2 เดือน เนื่องจากความขัดแย้งที่ขยายวงกว้างในตะวันออกกลางได้สร้างความกังวลเกี่ยวกับอัตราเงินเฟ้อ และส่งผลให้ตลาดทั่วโลกเกิดความผันผวน

ราคาน้ำมันดิบเบรนท์ (Brent) ซึ่งเป็นราคาน้ำมันดิบอ้างอิงของโลก ปรับตัวสูงขึ้นประมาณ 7% ปิดที่ 100.69 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล นับเป็นราคาปิดที่สูงที่สุดของเบรนท์ตั้งแต่วันที่ 22 พฤษภาคม

ส่วนราคาน้ำมันดิบ WTI ซึ่งเป็นราคาน้ำมันดิบอ้างอิงของสหรัฐฯ ปรับตัวสูงขึ้น 6.17% ปิดที่ 92.19 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล นับเป็นราคาปิดที่สูงที่สุดของ WTI ตั้งแต่วันที่ 4 มิถุนายน

ความตึงเครียดที่ทวีความรุนแรงขึ้นบริเวณช่องแคบฮอร์มุซและช่องแคบบับเอลมันเดบ ส่งผลให้ราคาน้ำมันปรับตัวสูงขึ้นติดต่อกันเป็นวันที่ห้า

ราคาน้ำมันพุ่งสูงขึ้นอย่างมากในเดือนนี้เนื่องจากความขัดแย้งในตะวันออกกลางรุนแรงยิ่งขึ้น โดยราคาน้ำมันดิบเบรนท์เคยปิดอยู่ที่ 71.57 ดอลลาร์เมื่อวันที่ 1 กรกฎาคม และขณะนี้ซื้อขายกันอยู่ที่มากกว่า 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลเล็กน้อย ซึ่งหมายความว่าราคาน้ำมันดิบอ้างอิงโลกพุ่งขึ้นถึง 40% ภายในระยะเวลาเพียง 3 สัปดาห์

ด้านความเคลื่อนไหวในตลาดอื่น ๆ การฟื้นตัวของราคาน้ำมันส่งผลให้อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ สูงขึ้น โดยอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ อายุ 10 ปี ปรับตัวขึ้นสู่ระดับสูงสุดนับตั้งแต่เดือนมกราคม 2568

ขณะที่ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ดัชนีดาวโจนส์ ลดลง 550 จุด หรือมากกว่า 1% ดัชนี S&P 500 ร่วงลง 1.4% และดัชนี Nasdaq Composite ดิ่งลง 2.5%


ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign


ที่มา : cnn