ราคาน้ำมันโลกพุ่งทะลุ 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่เดือนพฤษภาคม หลังกบฏฮูตียิงเรือบรรทุกน้ำมันของซาอุดีอาระเบีย จุดชนวนความกังวลเกี่ยวกับอุปทานพลังงานทั่วโลกอีกครั้ง
เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 23 ก.ค. 2569 ราคาน้ำมันดิบเบรนท์ (Brent) ซึ่งเป็นราคาอ้างอิงของตลาดโลก ปรับตัวสูงขึ้นมากกว่า 6% ในวันพฤหัสบดีจนทะลุ 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลอีกครั้งแล้ว หลังจากที่เพิ่มขึ้นต่อเนื่องหลายวันจากการที่สหรัฐฯ ยกระดับการโจมตีทางทหารต่ออิหร่าน
ราคาพุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็วหลังจากกลุ่มติดอาวุธฮูตีในเยเมนโจมตีเรือบรรทุกน้ำมันในทะเลแดงเมื่อช่วงเช้ามืดวันพฤหัสบดี (ตามเวลาท้องถิ่น) เสี่ยงกระทบต่อเส้นทางส่งออกสำคัญที่ซาอุดีอาระเบียใช้ในการเลี่ยงช่องแคบฮอร์มุซซึ่งถูกอิหร่านปิดกั้น
นอกจากนี้ ราคาก๊าซยังปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องในช่วงเดือนที่ผ่านมา โดยราคาก๊าซอ้างอิงของสหราชอาณาจักรในปัจจุบันอยู่ที่ประมาณ 150 เพนซ์ต่อเทิร์ม (therm) เพิ่มขึ้นจากประมาณ 98 เพนซ์ ณ สิ้นเดือนมิถุนายน
ก่อนหน้านี้ ราคาน้ำมันเคยปรับตัวลดลงหลังจากมีการหยุดยิงชั่วคราวระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่าน โดยลดลงสู่ระดับเดียวกับช่วงก่อนที่สหรัฐฯ และอิสราเอลจะเริ่มปฏิบัติการทางทหารต่ออิหร่านเมื่อวันที่ 28 ก.พ.
อย่างไรก็ตาม ข้อตกลงหยุดยิงพังทลายลงเมื่อ 2 สัปดาห์ก่อน และความหวังในการกลับมาหยุดยิงยิ่งเลือนลางเมื่อในสัปดาห์นี้นายมาร์โก รูบิโอ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ ออกมากล่าวว่า ผู้นำของอิหร่าน “ยังไม่พร้อมที่จะทำข้อตกลง”
ความขัดแย้งที่ดำเนินอยู่นี้เสี่ยงที่จะผลักดันอัตราเงินเฟ้อในหลายประเทศให้สูงขึ้น ซึ่งรวมถึงสหราชอาณาจักรและสหรัฐฯ นำไปสู่ราคาสินค้าที่แพงขึ้นสำหรับผู้บริโภค
โดยทั่วไปแล้ว ราคาน้ำมันดิบที่สูงขึ้นมักจะทำให้ราคาน้ำมันเบนซินและดีเซลแพงขึ้นตามไปด้วย ขณะที่ผู้ขับขี่ได้รับผลกระทบโดยตรง ครัวเรือนต่าง ๆ ก็อาจเห็นราคาสินค้าอื่น ๆ เช่น อาหาร ปรับตัวสูงขึ้นเนื่องจากภาคธุรกิจส่งผ่านต้นทุนการขนส่งที่เพิ่มขึ้นไปยังผู้บริโภค
ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign
ที่มา : bbc