หน่วยยามฝั่งฟิลิปปินส์เปิดเผยว่า เรือยามฝั่งจีนใช้ปืนฉีดน้ำแรงดันสูงใส่เรือของสำนักงานประมงฟิลิปปินส์ที่กำลังแจกจ่ายเงินอุดหนุนค่าน้ำมันและอาหารให้ชาวประมงบริเวณสันดอนสการ์โบโรห์ ขณะที่จีนยืนยันว่าเรือฟิลิปปินส์รุกล้ำน่านน้ำของจีน และการปฏิบัติการของฝ่ายจีนเป็นไปตามกฎหมาย

หน่วยยามฝั่งฟิลิปปินส์ (PCG) เปิดเผยว่า เรือหน่วยยามฝั่งจีน หมายเลข CCG 3302 ใช้ปืนฉีดน้ำแรงดันสูงใส่เรือ BRP Datu Dumangsil ของสำนักงานประมงและทรัพยากรทางน้ำฟิลิปปินส์ (BFAR) ขณะปฏิบัติภารกิจแจกจ่ายเงินอุดหนุนค่าน้ำมันและถุงยังชีพแก่ชาวประมงฟิลิปปินส์ที่ทำการประมงบริเวณ สันดอนสการ์โบโรห์ หรือที่ฟิลิปปินส์เรียกว่าสันดอนปานาตัก 

พลเรือตรี เจย์ ทาร์เรียลา โฆษกหน่วยยามฝั่งฟิลิปปินส์ด้านทะเลฟิลิปปินส์ตะวันตก ระบุว่า เหตุการณ์เกิดขึ้นเมื่อเวลาประมาณ 05.54 น. วันนี้ (23 ก.ค.) ตามเวลาท้องถิ่น เมื่อเรือจีนแล่นเข้าประชิดหัวเรือของ BRP Datu Dumangsil ในระยะเพียงประมาณ 50 เมตร ต่อมาในเวลา 06.29 น. เรือจีนได้ฉีดน้ำแรงดันสูงต่อเนื่องนานกว่า 2 นาที ส่งผลให้น้ำกระทบเรือฟิลิปปินส์ แม้จะเป็นการปะทะทางอ้อมก็ตาม

นอกจากนี้ เรือยามฝั่งจีนอีกลำ CCG 21579 ยังแล่นตัดหน้าเรือ BRP Datu Paiburong ในระยะประมาณ 500 เมตร ซึ่งฟิลิปปินส์ระบุว่าเป็นการเดินเรือที่เป็นอันตราย

หน่วยยามฝั่งฟิลิปปินส์ระบุว่า การกระทำของจีนละเมิดอนุสัญญาว่าด้วยกฎระเบียบระหว่างประเทศเพื่อป้องกันการชนกันในทะเล (COLREGs) และเป็นการสร้างความเสี่ยงต่อเจ้าหน้าที่ฟิลิปปินส์ที่กำลังปฏิบัติภารกิจด้านมนุษยธรรม อย่างไรก็ตาม ไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บ และเรือของ BFAR ยังคงดำเนินภารกิจแจกจ่ายเชื้อเพลิงและอาหารให้แก่ชาวประมงต่อไปจนแล้วเสร็จในช่วงสายของวัน

นอกจากนี้ ฟิลิปปินส์ยังส่งเครื่องบิน Cessna Grand Caravan ของหน่วยยามฝั่งขึ้นลาดตระเวนทางอากาศเหนือพื้นที่พิพาท โดยระบุว่าได้รับการติดต่อทางวิทยุจากฝ่ายจีน แม้เครื่องบินจะบินอยู่ภายในเขตเศรษฐกิจจำเพาะของฟิลิปปินส์

การลาดตระเวนพบเรือยามฝั่งจีน 9 ลำ เรือกองกำลังติดอาวุธทางทะเลของจีน 2 ลำ และเรือรบของกองทัพเรือจีน 1 ลำ ปฏิบัติการอยู่ในพื้นที่

ด้านหน่วยยามฝั่งจีนออกแถลงการณ์ระบุว่า ได้ติดตาม สกัดกั้น และขับไล่เรือของฟิลิปปินส์ 2 ลำ ที่เข้าไปในน่านน้ำใกล้สันดอนสการ์โบโรห์ โดยอ้างว่าเป็นการรุกล้ำอธิปไตยของจีน แม้จะมีการแจ้งเตือนแล้วก็ตาม จีนยืนยันว่าการดำเนินการของเจ้าหน้าที่เป็นไปตามมาตรฐานวิชาชีพ ถูกต้องตามกฎหมาย และเรียกร้องให้ฟิลิปปินส์ยุติการกระทำที่จีนมองว่าเป็นการยั่วยุและละเมิดอธิปไตย

เหตุการณ์ครั้งนี้เกิดขึ้นในช่วงที่รัฐมนตรีต่างประเทศของประเทศสมาชิกอาเซียนกำลังประชุมร่วมกันที่กรุงมะนิลา โดยมี หวัง อี้ รัฐมนตรีต่างประเทศจีน เข้าร่วมการประชุมด้วย

ก่อนหน้านี้เพียงหนึ่งวัน รัฐมนตรีต่างประเทศของจีนและฟิลิปปินส์ได้แลกเปลี่ยนคำประท้วงกันเกี่ยวกับเหตุเผชิญหน้าระหว่างเรือของทั้งสองฝ่ายที่บริเวณสันดอนโธมัสที่สอง (Second Thomas Shoal) ซึ่งเป็นอีกหนึ่งพื้นที่พิพาทสำคัญในทะเลจีนใต้

นายหวัง อี้ เตือนฟิลิปปินส์ว่า หากยังคงดำเนินการยั่วยุจีนโดยได้รับการสนับสนุนจากชาติมหาอำนาจภายนอก ฟิลิปปินส์จะต้องเผชิญกับ "ผลลัพธ์อันขมขื่นที่ตนเองเป็นผู้ก่อ"

สันดอนสการ์โบโรห์ตั้งอยู่ห่างจากชายฝั่งจังหวัดซัมบาเลสของฟิลิปปินส์ประมาณ 357 กิโลเมตร และอยู่ภายในเขตเศรษฐกิจจำเพาะของฟิลิปปินส์ตามอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยกฎหมายทะเล (UNCLOS) อย่างไรก็ตาม พื้นที่ดังกล่าวอยู่ภายใต้การควบคุมของจีนมาตั้งแต่ปี 2012 หลังเกิดการเผชิญหน้าระหว่างกองทัพเรือของทั้งสองประเทศ

แม้ศาลอนุญาโตตุลาการถาวร ณ กรุงเฮก จะมีคำวินิจฉัยเมื่อปี 2016 ว่า การอ้างสิทธิ์ของจีนในทะเลจีนใต้ไม่มีฐานทางกฎหมาย และรับรองสิทธิการทำประมงดั้งเดิมของชาวประมงฟิลิปปินส์ในพื้นที่ แต่จีนยังคงไม่ยอมรับคำตัดสินดังกล่าว และยืนยันอ้างสิทธิ์เหนือพื้นที่ส่วนใหญ่ของทะเลจีนใต้ต่อไป.


ที่มา INQUIRER.net / Reuters