คณะทำงานร่วมอัยการ-ตำรวจเกาหลีใต้ บุกตรวจค้นสำนักงานใหญ่คณะกรรมการการเลือกตั้งแห่งชาติ และสำนักงานในพื้นที่กรุงโซล หลังพบหลักฐานว่าเจ้าหน้าที่บางรายอาจร่วมกันแก้ไขข้อมูลสถิติผู้มาใช้สิทธิเลือกตั้ง เพื่อปกปิดความผิดพลาดในการบันทึกตัวเลขระหว่างการเลือกตั้งท้องถิ่นเมื่อวันที่ 3 มิถุนายนที่ผ่านมา ขณะที่เจ้าหน้าที่สามารถยึดข้อความสนทนาที่ส่อถึงการสมคบคิด "ปรับตัวเลขให้ตรงกัน" โดยไม่ผ่านขั้นตอนอนุมัติตามระเบียบ

คณะทำงานร่วมระหว่างอัยการและตำรวจเกาหลีใต้ ซึ่งจัดตั้งขึ้นเพื่อสอบสวนกรณีบัตรเลือกตั้งไม่เพียงพอในการเลือกตั้งท้องถิ่นเมื่อวันที่ 3 มิถุนายน ได้เข้าตรวจค้นสำนักงานใหญ่คณะกรรมการการเลือกตั้งแห่งชาติ (NEC) ที่เมืองกวาชอน ทางตอนใต้ของกรุงโซล รวมถึงสำนักงาน กกต. ในเขตซงพา กังนัม และซอโช ซึ่งเป็นพื้นที่ที่เกิดปัญหาบัตรเลือกตั้งขาดแคลนในวันเลือกตั้ง

การตรวจค้นครั้งนี้เกิดขึ้นหลังคณะสอบสวนพบพยานหลักฐานว่า เจ้าหน้าที่บางคนอาจมีการแก้ไขข้อมูลในระบบคอมพิวเตอร์เกี่ยวกับอัตราผู้มาใช้สิทธิเลือกตั้ง เพื่อปกปิดความผิดพลาดในการกรอกข้อมูล โดยไม่รายงานผู้บังคับบัญชาตามขั้นตอนที่กำหนด

ตามระบบของ NEC จะมีการประกาศอัตราผู้มาใช้สิทธิเลือกตั้งทุกชั่วโมงในวันเลือกตั้ง โดยอ้างอิงข้อมูลจากหน่วยเลือกตั้งทั่วประเทศ หากพบว่ามีการกรอกข้อมูลผิด เจ้าหน้าที่จะต้องรายงานต่อผู้บังคับบัญชาและได้รับอนุมัติก่อนจึงจะแก้ไขข้อมูลได้ อย่างไรก็ตาม คณะสอบสวนเชื่อว่าเจ้าหน้าที่บางรายข้ามขั้นตอนดังกล่าว และแก้ไขตัวเลขเองในระบบ

ตัวอย่างที่อยู่ระหว่างการตรวจสอบคือ หากหน่วยเลือกตั้งแห่งหนึ่งกรอกจำนวนผู้มาใช้สิทธิผิดจาก 100 คนเป็น 1,000 คน เจ้าหน้าที่อาจนำตัวเลขส่วนเกิน 900 คน ไปเฉลี่ยเพิ่มให้กับหน่วยเลือกตั้งอีก 9 แห่งแห่งละ 100 คน เพื่อให้ตัวเลขรวมดูสมเหตุสมผล ก่อนที่จำนวนผู้มาใช้สิทธิจริงจะค่อย ๆ เพิ่มขึ้นจนใกล้เคียงกับตัวเลขที่ถูกปรับไว้

แหล่งข่าวจากฝ่ายสอบสวนเปิดเผยว่า ระหว่างการตรวจสอบพยานหลักฐาน เจ้าหน้าที่พบข้อความสนทนาผ่านแอปพลิเคชันสื่อสารภายใน ซึ่งมีเนื้อหาสื่อถึงการหารือกันไม่ให้รายงานความผิดพลาดต่อผู้บังคับบัญชา แต่ใช้วิธี "ปรับตัวเลขให้ตรงกัน" แทน

หมายค้นที่ใช้ในการเข้าตรวจค้นยังระบุข้อกล่าวหาเกี่ยวกับการปลอมแปลงข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ของทางราชการ และการขัดขวางการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าพนักงาน ซึ่งถือเป็นความผิดร้ายแรงกว่าการบริหารจัดการที่บกพร่องโดยประมาท

การสอบสวนครั้งนี้มีจุดเริ่มต้นจากเหตุบัตรเลือกตั้งขาดแคลนในหลายหน่วยเลือกตั้งเมื่อวันที่ 3 มิถุนายน ส่งผลให้ประชาชนจำนวนหนึ่งไม่สามารถลงคะแนนเสียงได้และต้องเดินทางกลับโดยไม่ได้ใช้สิทธิ

หลังเกิดเหตุ ประธานาธิบดีอี แจ-มยอง มีคำสั่งเมื่อวันที่ 9 มิถุนายน ให้จัดตั้งคณะทำงานร่วมอัยการ-ตำรวจเพื่อสืบสวนหาสาเหตุ โดยคณะทำงานได้เข้าตรวจค้นสำนักงาน NEC ครั้งแรกเมื่อวันที่ 11 มิถุนายน และเข้าตรวจค้นเพิ่มเติมเมื่อวันที่ 24 มิถุนายน เพื่อรวบรวมเอกสารและข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับการบริหารจัดการวันเลือกตั้ง

เจ้าหน้าที่ระบุว่า หลังวิเคราะห์ข้อมูลจากการตรวจค้นและสอบปากคำผู้เกี่ยวข้อง จึงพบเบาะแสใหม่เกี่ยวกับการบิดเบือนสถิติการเลือกตั้ง และนำไปสู่การเปิดการสอบสวนในประเด็นดังกล่าวโดยเฉพาะ

หากสามารถพิสูจน์ได้ว่ามีการปลอมแปลงข้อมูลจริง คดีอาจไม่จำกัดอยู่เพียงการเลือกตั้งท้องถิ่นเมื่อวันที่ 3 มิถุนายน แต่มีแนวโน้มขยายผลไปตรวจสอบการเลือกตั้งครั้งก่อน ๆ เพื่อพิจารณาว่าเคยมีการแก้ไขสถิติผู้มาใช้สิทธิหรือข้อมูลการเลือกตั้งประเภทอื่นโดยมิชอบหรือไม่

คณะสอบสวนระบุว่า หลังเสร็จสิ้นการวิเคราะห์พยานหลักฐานที่ยึดมา จะทยอยเรียกเจ้าหน้าที่ของคณะกรรมการการเลือกตั้งแห่งชาติเข้าให้ปากคำ เพื่อชี้แจงข้อเท็จจริงเกี่ยวกับการบันทึกข้อมูลผู้มาใช้สิทธิและการแก้ไขตัวเลขในระบบเลือกตั้งต่อไป.


ที่มา Yonhap / SBS / JoongAng Ilbo