ราคาน้ำมันโลกพุ่งกว่า 2% แตะระดับสูงสุดในรอบ 6 สัปดาห์ หลังสหรัฐฯ โจมตีอิหร่านต่อเนื่อง ขณะที่กลุ่มฮูตีขยายการโจมตีเรือบรรทุกน้ำมันในทะเลแดง เพิ่มความกังวลต่ออุปทานพลังงานโลก
วันที่ 23 กรกฎาคม 2569 สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า ราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกปรับตัวเพิ่มขึ้นกว่า 1.5% และแตะระดับสูงสุดในรอบ 6 สัปดาห์ หลังสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางทวีความรุนแรง ทั้งจากปฏิบัติการโจมตีอิหร่านของสหรัฐฯ และการโจมตีเรือบรรทุกน้ำมันในทะเลแดงโดยกลุ่มฮูตี
รายงานระบุว่า น้ำมันดิบเบรนท์ ปรับตัวเพิ่มขึ้น 1.93 ดอลลาร์สหรัฐ หรือ 2% มาอยู่ที่ 96 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล หรือประมาณ 3,170 บาทต่อบาร์เรล ซึ่งเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่วันที่ 8 มิถุนายน หลังจากวันก่อนหน้านี้ราคาปิดเพิ่มขึ้นกว่า 3 ดอลลาร์สหรัฐ ที่ระดับ 94.07 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล
ขณะที่น้ำมันดิบเวสต์เทกซัส ของสหรัฐฯ เพิ่มขึ้น 1.44 ดอลลาร์สหรัฐ หรือ 1.7% มาอยู่ที่ 88.27 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล หรือราว 2,910 บาทต่อบาร์เรล หลังจากพุ่งขึ้นเกือบ 3% ในการซื้อขายวันก่อนหน้า
ทั้งนี้ ปัจจัยสำคัญที่ผลักดันราคาน้ำมันคือ การที่กองทัพสหรัฐฯ โจมตีอิหร่านอย่างต่อเนื่อง ขณะเดียวกัน กองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลาม ของอิหร่านอ้างว่า ยังคงควบคุมช่องแคบฮอร์มุซได้ทั้งหมด พร้อมเตือนว่า เรือทุกลำจะต้องประสานงานกับอิหร่านก่อนเข้า-ออกพื้นที่ และก่อนหน้านี้ยังเคยขู่ว่าอาจวางทุ่นระเบิดในเส้นทางเดินเรือทางตอนใต้ของช่องแคบ ด้านกลุ่มกบฏฮูตีในเยเมนประกาศขยายปฏิบัติการทางทหาร โดยขู่โจมตีเรือบรรทุกน้ำมันของซาอุดีอาระเบียในบริเวณช่องแคบบับ อัล-มันเดบ พร้อมประกาศปิดล้อมเส้นทางเดินเรือของซาอุดีอาระเบีย
ที่มา AFP
