อัยการเกาหลีใต้ขอศาลลงโทษจำคุก 1 ปี เจ้าของร้านอาหารระดับมิชลิน 2 ดาวในกรุงโซล ฐานฝ่าฝืนกฎหมายความปลอดภัยอาหาร หลังนำ "มด" ที่นำเข้าจากสหรัฐฯ และไทยมาใช้เป็นส่วนประกอบของเมนูของหวาน แม้กฎหมายเกาหลีใต้จะไม่อนุญาตให้ใช้มดเป็นวัตถุดิบอาหาร โดยคาดว่าตลอด 4 ปี ร้านใช้มดกว่า 49,000 ตัว และทำรายได้จากเมนูดังกล่าวกว่า 120 ล้านวอน

อัยการเกาหลีใต้ยื่นคำร้องต่อศาล ขอให้ลงโทษจำคุกเป็นเวลา 1 ปีต่อเจ้าของร้านอาหารระดับ มิชลิน 2 ดาว แห่งหนึ่งในกรุงโซล ซึ่งถูกดำเนินคดีในข้อหาฝ่าฝืนกฎหมายสุขอนามัยอาหาร จากการนำ "มด" มาใช้เป็นเครื่องตกแต่งและส่วนประกอบของเมนูของหวาน แม้ว่ามดจะไม่ได้อยู่ในรายชื่อแมลงที่ได้รับอนุญาตให้บริโภคตามกฎหมายของเกาหลีใต้

ระหว่างการพิจารณาคดีเมื่อวันที่ 20 กรกฎาคม ที่ศาลแขวงกรุงโซลฝั่งตะวันตก อัยการยังขอให้ศาลสั่งปรับบริษัทผู้ดำเนินกิจการร้านอาหารเป็นเงิน 20 ล้านวอน (ประมาณ 4.6 แสนบาท) ควบคู่กับโทษจำคุกของเจ้าของร้าน

ตามคำฟ้อง เจ้าของร้านและบริษัทได้นำเข้ามดแห้งจากสหรัฐอเมริกาและประเทศไทยตั้งแต่ปี 2021 ก่อนนำไปใช้โรยหน้าซอร์เบต์และเมนูของหวานบางรายการในคอร์สอาหารเป็นเวลานานเกือบ 4 ปี

กฎหมายของเกาหลีใต้อนุญาตให้ใช้แมลงเป็นอาหารได้เพียง 10 ชนิด เช่น ตั๊กแตน จิ้งหรีด และแมลงบางสายพันธุ์ แต่ มดไม่อยู่ในบัญชีแมลงที่ได้รับอนุญาต จึงไม่สามารถใช้เป็นวัตถุดิบในการประกอบอาหารได้

อัยการระบุว่า ร้านอาหารแห่งนี้จำหน่ายเมนูซอร์เบต์ที่มีมดเป็นส่วนประกอบมากกว่า 12,200 เสิร์ฟ สร้างรายได้ประมาณ 120 ล้านวอน (ราว 2.73 ล้านบาท) และมีการใช้มดรวมประมาณ 49,000 ตัว ตลอดระยะเวลาที่กระทำความผิด

คดีเริ่มถูกเปิดเผยหลังเจ้าหน้าที่กระทรวงความปลอดภัยอาหารและยาเกาหลีใต้ตรวจพบภาพถ่ายและรีวิวจากลูกค้าที่เผยแพร่บนโลกออนไลน์ ซึ่งแสดงให้เห็นอาหารที่โรยหน้าด้วยมด ก่อนขยายผลสืบสวนจนพบการนำเข้ามดจากต่างประเทศ

นอกจากนี้ ผลการตรวจสอบยังพบว่ามดที่ใช้ในร้านมีปริมาณโลหะหนักสูงกว่าระดับที่พบในแมลงรับประทานได้ทั่วไป มากถึง 55 เท่า ทำให้เกิดข้อกังวลด้านความปลอดภัยของผู้บริโภค

ฝ่ายจำเลยยอมรับข้อเท็จจริงส่วนใหญ่ แต่ยืนยันว่ามดถูกใช้เพียงในเมนูเล็กน้อยของคอร์สอาหารทั้งหมด 15 รายการ โดยใช้เป็นเครื่องโรยหน้าซอร์เบต์เท่านั้น อีกทั้งลูกค้าสามารถเลือกไม่รับมดได้ หากไม่ต้องการ ทางร้านจะเปลี่ยนเป็นน้ำส้มสายชูหมักหรือดอกไม้รับประทานได้แทน

ทนายความของเจ้าของร้านยังโต้แย้งว่า มีลูกค้าเพียงประมาณ 60% ที่เลือกทดลองเมนูที่มีมด ขณะที่อัยการคำนวณจำนวนมดจากสมมติฐานว่าลูกค้าทุกรายรับประทานเมนูดังกล่าว จึงทำให้จำนวนมดที่กล่าวอ้างสูงเกินความเป็นจริง พร้อมยกตัวอย่างว่าร้านอาหารในหลายประเทศ เช่น เดนมาร์ก สหราชอาณาจักร และออสเตรเลีย ก็มีการใช้มดเป็นวัตถุดิบประกอบอาหารเช่นกัน

อย่างไรก็ตาม ศาลยังไม่ได้เปิดเผยชื่อร้านอาหารหรือเจ้าของกิจการ โดยปัจจุบันเกาหลีใต้มีร้านอาหารที่ได้รับดาวมิชลินระดับ 2 ดาว ทั้งหมด 10 แห่ง และทั้งหมดตั้งอยู่ในกรุงโซล

ศาลมีกำหนดอ่านคำพิพากษาคดีนี้ในวันที่ 2 กันยายน ขณะที่กฎหมายเกาหลีใต้กำหนดให้การอนุญาตใช้แมลงเป็นอาหารต้องผ่านการประเมินด้านความปลอดภัย ความเป็นพิษ คุณค่าทางโภชนาการ และมาตรฐานการเพาะเลี้ยงและแปรรูปอย่างถูกสุขลักษณะ

แม้ว่ามดจะถือเป็นอาหารหรือวัตถุดิบพื้นถิ่นในหลายประเทศ โดยเฉพาะในเอเชีย แอฟริกา และลาตินอเมริกา เช่น มดแดงและไข่มดแดงที่นิยมรับประทานในไทยและกัมพูชา หรือมดนางพญาในโคลอมเบียที่ได้รับการยกย่องว่าเป็นอาหารอันโอชะ แต่ภายใต้กฎหมายของเกาหลีใต้ มดยังคงไม่ได้รับอนุญาตให้ใช้เป็นวัตถุดิบสำหรับประกอบอาหารเชิงพาณิชย์ จึงนำไปสู่การดำเนินคดีครั้งนี้.


ที่มา JoongAng Ilbo /hani.co.kr/ BBC