ผู้ประท้วงในยูเครนเรียกร้องให้มีการปลดผู้บัญชาการทหารสูงสุดออกจากตำแหน่ง ท่ามกลางกระแสความไม่พอใจอย่างหนักที่ประธานาธิบดีปลดรัฐมนตรีกลาโหมผู้เป็นที่นิยม จากความขัดแย้งที่เขามีกับ ผบ.ทสส.
สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า ในวันอังคารที่ 21 ก.ค. 2569 ชาวยูเครนยังคงออกมาประท้วงต่อต้านการตัดสินใจของประธานาธิบดี โวโลดีเมียร์ เซเลนสกี ที่ปลดนาย มีไคโล เฟโดรอฟ ออกจากตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม โดยผู้ชุมนุมขู่จะจัดประท้วงทั่วประเทศหากไม่คืนตำแหน่งให้นายเฟโดรอฟ และปลดผู้บัญชาการทหารสูงสุดออกจากตำแหน่ง
“หากภายในวันศุกร์ที่ 24 ก.ค.นี้ (ผู้บัญชาการทหารสูงสุด โอเลกซานเดอร์) ซีร์สกี ยังไม่ถูกปลดจากตำแหน่ง และยังไม่มีการเสนอชื่อเฟโดรอฟให้ดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม “เราจะเริ่มการประท้วงวงกว้างทั่วประเทศแบบไม่มีกำหนด” ดมิโตร โคเซียดินสกี อดีตทหารผ่านศึก ระบุบนโซเชียลมีเดีย
ในช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา หน้าสื่อเต็มไปด้วยรายงานข่าวเกี่ยวกับการประชุมและการหารือ เพื่อหาทางคลี่คลายสถานการณ์ที่เกิดขึ้น ขณะที่เซเลนสกีต้องคำปรึกษาจากบรรดารัฐมนตรีและนายพลทั้งหลาย ท่ามกลางกระแสข่าวลือว่า นายพลซีร์สกีจะถูกปลดจากตำแหน่ง จนเจ้าตัวต้องออกมาปฏิเสธ
ด้านนายคีรีโล บูดานอฟ หัวหน้าเจ้าหน้าที่ประจำทำเนียบประธานาธิบดียูเครน เรียกร้องให้ชาวยูเครนอยู่ในความสงบ “สถานการณ์ที่ห้อมล้อมการเปลี่ยนแปลงภายในครั้งล่าสุดนี้ ก่อให้เกิดอารมณ์ความรู้สึกที่รุนแรง”
“ผมเข้าใจประชาชนที่ออกมาแสดงจุดยืนของตนเอง... เราได้ยินเสียงและมุมมองของสังคมแล้ว” นายบูดานอฟกล่าว ในขณะที่ผู้ประท้วงตะโกนเรียกร้องอย่างเกรี้ยวกราดไปทั่วบริเวณจัตุรัสอีวานา ฟรังกา ซึ่งอยู่ไม่ไกลจากทำเนียบประธานาธิบดี
ผู้ประท้วงจำนวนมากกำลังพุ่งเป้าความโกรธแค้นไปยังพลเอกซีร์สกี ซึ่งหลายคนมองว่าเป็นตัวแทนของค่านิยมทางทหารยุคโซเวียตอันล้าสมัย อย่างไรก็ตาม นายบูดานอฟ ซึ่งเป็นอดีตหัวหน้าหน่วยข่าวกรองของกองทัพ เตือนชาวยูเครนว่า “อย่าเกลียดชังกันเอง”
“ศัตรูกำลังเฝ้ามองความขัดแย้งภายในทุกเรื่องของเราอย่างใกล้ชิด และกำลังรอให้เราเริ่มต่อสู้กันเอง” เขาระบุ “งานกำลังดำเนินการอยู่ และจะเกิดผลลัพธ์ตามมา”
ทั้งนี้ นายเฟโดรอฟกับนายเซเลนสกีออกมายอมรับแบบเป็นนัยว่า การเปลี่ยนตัวรัฐมนตรีกลาโหมครั้งนี้ เป็นเพราะความขัดแย้งที่เกิดขึ้นระหว่างนายเฟโดรอฟกับพลเอกซีร์สกี
เฟโดรอฟเปิดเผยว่าเขาเคยเสนอให้เซเลนสกีเปลี่ยนตัวซีร์สกี และอันดรีย์ ฮนาตอฟ เสนาธิการทหารบก ขณะที่นายเซเลนสกียอมรับว่าความขัดแย้งระหว่างคณะเสนาธิการทหารและกระทรวงกลาโหมนั้นเป็นปัญหา “เชิงระบบ” และเกิดขึ้น “ในหลายระดับ” ซึ่งซีร์สกีและเฟโดรอฟจะทำงานร่วมกันได้ก็ต่อเมื่อมีตัวเขาเป็นคนกลางไกล่เกลี่ยเท่านั้น
แต่เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา นายพลซีร์สกีโพสต์ข้อความยาวตอบโต้ผู้วิพากษ์วิจารณ์และปกป้องผลงานของตัวเอง พร้อมเรียกร้องให้ผู้อ่านอย่าไปโฟกัสเรื่องความขัดแย้งกับนายเฟโดรอฟตามที่เป็นข่าว และแสดงความประหลาดใจที่ได้รู้ว่าตนเองมีความขัดแย้งกับรัฐมนตรีผู้นี้
“ผมมองความสัมพันธ์ของเราว่าเป็นความสัมพันธ์ในการทำงานมาโดยตลอด” เขาเขียนในบทความบนเว็บไซต์ Militarny “หากผมทำให้ใครต้องขุ่นเคือง รวมถึงมีไคโล อัลเบร์โตวิช (เฟโดรอฟ) ผมต้องขออภัยด้วย”
นายพลซีร์สกีระบุว่า ประเด็นเรื่องสัญญาซื้อขายยุทโธปกรณ์ทางการทหาร การจัดซื้อจัดจ้าง และการเกณฑ์ทหารที่กำลังถูกหยิบยกมาวิพากษ์วิจารณ์ในหน้าสื่อ และถูกลดทอนลงเหลือเพียงถ้อยคำสโลแกนสั้นๆ บนแผ่นกระดาษแข็งที่ผู้ประท้วงชูขึ้นนั้น มีความซับซ้อนมากกว่าที่คนส่วนใหญ่เข้าใจมาก
“การตัดสินใจที่มีชีวิตของผู้คนเป็นเดิมพันไม่ได้ใช้แค่สโลแกน” เขากล่าว “การทำงานจริง คือสิ่งที่จะเอาชนะสงครามได้ ไม่ใช่ดราม่าออกมาตามสื่อ”
อย่างไรก็ตาม ปัญหาของซีร์สกีคือ ชาวยูเครนส่วนใหญ่ โดยเฉพาะกลุ่มคนรุ่นใหม่ ดูเหมือนจะเชื่อมั่นในมุมมองของเฟโดรอฟเรื่องความจำเป็นต้องปฏิรูป เพื่อให้ยูเครนชนะสงคราม มากกว่ามุมมองของตัวนายพลเอง และเหนือสิ่งอื่นใด ผู้คนจำนวนมากมองว่าเฟโดรอฟเป็นผู้ขับเคลื่อนนวัตกรรมในกองทัพ และค่อยๆ เพิ่มโอกาสให้ยูเครนสามารถตีโต้ศัตรูที่มีกำลังพลเหนือกว่าได้
“ตอนนี้สงครามกำลังเปลี่ยนไป ดังนั้นเราจึงต้องการความคิดใหม่ๆ และโครงสร้างแบบใหม่” ทาเทียนา มากาเรนโก พนักงานบริษัทกฎหมายวัย 44 ปี กล่าวระหว่างการชุมนุมประท้วงช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์ “มักมีคำพูดที่ว่า กองทัพโซเวียตขนาดเล็กไม่สามารถเอาชนะกองทัพโซเวียตขนาดใหญ่ได้ ถึงเวลาแล้วที่จะต้องเปลี่ยนวิธีคิดและเริ่มสงครามรูปแบบใหม่”
อนึ่ง ในช่วงเวลา 6 เดือนที่เฟโดรอฟดำรงตำแหน่งผู้นำกระทรวงกลาโหม เป็นช่วงที่กองทัพประสบความสำเร็จอย่างต่อเนื่องในการโจมตีกดดันรัสเซีย ส่งผลให้ตัวเขาได้รับความดีความชอบไปด้วย แม้ว่านั่นอาจไม่ใช่ผลงานของเขาทั้งหมดก็ตาม
“เรามีความรู้สึกแบบนี้เพราะเราได้เห็นสถานการณ์ที่กำลังเปลี่ยนแปลงไป” มากาเรนโกกล่าว “เรามีความรู้สึกว่าเราสามารถทำสิ่งนี้ได้”
ขณะที่ในบทความของซีร์สกีก็มีการตอบโต้ผู้ที่กล่าวหาเขาว่า ขาดวิสัยทัศน์เชิงยุทธศาสตร์ หรือล้มเหลวในการเปิดรับเทคโนโลยีใหม่ๆ โดยระบุว่า “ข้อกล่าวหาที่แปลกประหลาดที่สุดที่ผมเคยได้ยินคือการหาว่าผมไม่อยากต่อสู้ด้วยโดรน” พร้อมชี้ให้เห็นว่าตัวเขานี่แหละคือผู้ที่ดูแลการจัดตั้งกองทัพโดรนขึ้นเป็นเหล่าทัพแยกเฉพาะในกองทัพ
แต่นายพลซีร์สกีย้ำด้วยว่า แม้โดรนจะเป็นสาเหตุหลักที่สร้างความสูญเสียส่วนใหญ่ให้กับฝ่ายรัสเซีย แต่มันก็ยังไม่เพียงพอ “ผมไม่สามารถเปลี่ยนกองทัพที่มีกำลังพลเป็นล้านคนให้กลายเป็นกองทัพโดรนได้ภายในเวลาแค่สองเดือน แล้วบอกว่า ต่อจากนี้เราจะสู้กันแบบนี้นะ”
ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign
ที่มา : bbc