ศาลสิงคโปร์สั่งจำคุกนักท่องเที่ยวชาวอินเดียเป็นเวลา 2 ปี 2 เดือนกับอีก 2 สัปดาห์ หลังร่วมมือกับเพื่อนวางแผนสั่งทำเพชรปลอมจากอินเดีย แล้วเดินทางมายังสิงคโปร์เพื่อสับเปลี่ยนเพชรแท้ขนาด 4.95 กะรัต มูลค่ากว่า 5.2 ล้านบาท ในร้านอัญมณีย่านไชน่าทาวน์ โดยใช้วิธีอมเพชรไว้ในปากและเบี่ยงเบนความสนใจพนักงาน ก่อนถูกตำรวจรวบตัวได้ที่สนามบินชางงี ขณะกำลังจะบินหนีกลับประเทศ
ศาลสิงคโปร์มีคำพิพากษาจำคุกนายมังโกรลิยา มาโนจกุมาร์ คูร์จิไภ อายุ 41 ปี ชาวอินเดีย เป็นเวลา 2 ปี 2 เดือน 2 สัปดาห์ หลังรับสารภาพในข้อหาลักทรัพย์จากร้านเครื่องประดับในย่านไชน่าทาวน์ ด้วยการสลับเพชรแท้กับเพชรปลอมที่เตรียมมาอย่างแนบเนียน ส่วนผู้ร่วมก่อเหตุคือนายเซราซิยา มิลาน รามนิกไภ อายุ 30 ปี ซึ่งถูกกล่าวหาว่าเป็นผู้ลงมือสลับเพชร คดียังอยู่ระหว่างการพิจารณาของศาล
อัยการเปิดเผยว่า ทั้งสองคนวางแผนก่อเหตุก่อนเดินทางมายังสิงคโปร์ โดยว่าจ้างให้ผลิตเพชรปลอมในเมืองสุรัต ประเทศอินเดีย ให้มีขนาด คุณลักษณะ และหมายเลขประจำอัญมณี ตรงกับเพชรแท้ที่ตกเป็นเป้าหมาย แม้เอกสารของศาลจะไม่ได้ระบุว่าพวกเขาได้ข้อมูลของเพชรเม็ดดังกล่าวมาได้อย่างไร
เมื่อวันที่ 19 มิ.ย. ทั้งคู่เดินทางเข้าสิงคโปร์ด้วยวีซ่านักท่องเที่ยว และในเวลาประมาณ 15.00 น. ได้เข้าไปยังร้านเครื่องประดับ Dianoche บนถนนเครตา อาเยอร์ ในย่านไชน่าทาวน์
นายมังโกรลิยาขอให้พนักงานนำ เพชรน้ำหนัก 4.95 กะรัต มูลค่าประมาณ 199,000 ดอลลาร์สิงคโปร์ (ราว 5.18 ล้านบาท) มาให้ชม ก่อนจะขอดูสินค้าอื่น ๆ อีกหลายรายการ เพื่อเบี่ยงเบนความสนใจของผู้จัดการร้าน ซึ่งต้องเดินไปหยิบเครื่องประดับหลายครั้ง ระหว่างนั้นนายเซราซิยา ซึ่งซ่อนเพชรปลอมไว้ในปาก ได้คายเพชรปลอมออกมา ก่อนสลับกับเพชรแท้ แล้วนำเพชรของจริงซ่อนไว้ในปาก จากนั้นทั้งสองบอกว่าจะกลับไปพิจารณาการซื้อ ก่อนเดินออกจากร้าน
อย่างไรก็ตาม กล้องวงจรปิดของร้านสามารถบันทึกพฤติกรรมทั้งหมดไว้ได้ และเมื่อผู้จัดการร้านตรวจสอบเพชรด้วยเครื่องตรวจสอบอัญมณี พบว่าเพชรที่เหลืออยู่เป็นของปลอม จึงรีบแจ้งตำรวจทันที
หลังออกจากร้าน ผู้ต้องหาทั้งสองกลับไปเช็กเอาต์ออกจากโรงแรมก่อนกำหนด และจองเที่ยวบินกลับประเทศอินเดียในช่วงเย็นวันเดียวกัน แต่ก่อนจะขึ้นเครื่อง เจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถจับกุมทั้งคู่ได้เมื่อเวลาประมาณ 20.50 น. ที่อาคารผู้โดยสารเทอร์มินัล 3 ของท่าอากาศยานชางงี ระหว่างผ่านขั้นตอนตรวจคนเข้าเมือง โดยภายหลังการจับกุม เจ้าหน้าที่ตรวจค้นกระเป๋าสะพายของเซราซิยา และพบเพชรแท้ที่ถูกขโมยไป จึงสามารถยึดของกลางกลับคืนได้
อัยการระบุว่า คดีนี้มีลักษณะการวางแผนล่วงหน้าอย่างรอบคอบ ทั้งการสั่งทำเพชรปลอม การแบ่งหน้าที่ระหว่างผู้ก่อเหตุ และการเตรียมหลบหนีออกนอกประเทศทันทีหลังลงมือ โดยทั้งคู่เดินทางเข้าสิงคโปร์เพื่อก่อเหตุครั้งนี้โดยเฉพาะ
ด้านจำเลยขอให้ศาลลดโทษ โดยให้เหตุผลว่ามีบุตร 2 คนที่ต้องดูแลในอินเดีย แต่ศาลเห็นว่าพฤติการณ์มีการเตรียมการล่วงหน้าอย่างเป็นระบบ จึงลงโทษจำคุกตามความเหมาะสม
สำหรับความผิดฐาน ลักทรัพย์ในอาคาร ตามกฎหมายสิงคโปร์ มีโทษสูงสุดจำคุก ไม่เกิน 7 ปี และอาจถูกปรับเงินเพิ่มเติมตามดุลยพินิจของศาล.
ที่มา The Straits Times / CNA