รัฐมนตรีต่างประเทศอาเซียนเตรียมออกแถลงการณ์แสดงความวิตกต่อความขัดแย้งในตะวันออกกลาง พร้อมเรียกร้องให้มีการเปิดการเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซ อย่างเต็มรูปแบบ เลี่ยงกระทบพลังงานโลก
รัฐมนตรีต่างประเทศของประเทศสมาชิก สมาคมประชาชาติแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (ASEAN) เริ่มการประชุมอย่างเป็นทางการที่กรุงมะนิลา ประเทศฟิลิปปินส์ เมื่อวันอังคาร ท่ามกลางความกังวลต่อสถานการณ์ความตึงเครียดในตะวันออกกลาง โดยเฉพาะการสู้รบระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่าน ซึ่งส่งผลกระทบต่อการเดินเรือใน ช่องแคบฮอร์มุซ เส้นทางขนส่งน้ำมันที่สำคัญที่สุดแห่งหนึ่งของโลก
แหล่งข่าวระบุว่า ที่ประชุมรัฐมนตรีต่างประเทศอาเซียนเตรียมออกแถลงการณ์แสดงความวิตกต่อการกลับมาของความขัดแย้งในตะวันออกกลาง พร้อมเรียกร้องให้มีการเปิดการเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซ อย่างเต็มรูปแบบ เพื่อรักษาเสถียรภาพของห่วงโซ่อุปทานด้านพลังงานและการค้าระหว่างประเทศ
ก่อนเปิดการประชุมร่วมกับประเทศคู่เจรจา รัฐมนตรีต่างประเทศของอาเซียนได้หารือกันภายในเกี่ยวกับผลกระทบจากสถานการณ์สู้รบระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่าน รวมถึงภัยคุกคามต่อการขนส่งสินค้าในช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งก่อนเกิดสงครามเป็นเส้นทางลำเลียงน้ำมันคิดเป็นประมาณ 20% ของปริมาณน้ำมันที่มีการขนส่งทางทะเลทั่วโลก
ภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งมีประชากรมากกว่า 680 ล้านคน พึ่งพาการนำเข้าน้ำมันและก๊าซธรรมชาติจากตะวันออกกลางในสัดส่วนสูง ทำให้ได้รับผลกระทบโดยตรงจากความผันผวนของอุปทานและราคาพลังงานที่เกิดขึ้นจากสงครามอิหร่าน
การประชุมครั้งนี้ยังมีรัฐมนตรีต่างประเทศจากชาติมหาอำนาจเข้าร่วมในช่วงต่อไป ได้แก่ มาร์โก รูบิโอ รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐฯ, หวัง อี้ รัฐมนตรีต่างประเทศจีน และ เซอร์เกย์ ลาฟรอฟ รัฐมนตรีต่างประเทศรัสเซีย ซึ่งคาดว่าประเด็นด้านความมั่นคง พลังงาน และเสถียรภาพทางเศรษฐกิจในภูมิภาค จะเป็นหัวข้อสำคัญในการหารือ
ก่อนหน้านี้ ประธานาธิบดีเฟอร์ดินานด์ มาร์กอส จูเนียร์ ของฟิลิปปินส์ ได้ประกาศ ภาวะฉุกเฉินด้านพลังงาน ตั้งแต่เดือนมีนาคมที่ผ่านมา เพื่อรับมือความเสี่ยงจากการขาดแคลนเชื้อเพลิง อาหาร และสินค้าจำเป็น รวมถึงป้องกันการกักตุนสินค้าและการฉวยโอกาสขึ้นราคา หากสถานการณ์ในตะวันออกกลางยืดเยื้อ
การประชุมรัฐมนตรีต่างประเทศอาเซียนในครั้งนี้จึงถูกจับตาอย่างใกล้ชิด เนื่องจากอาจสะท้อนท่าทีร่วมของประเทศสมาชิกต่อวิกฤตตะวันออกกลาง และความพยายามผลักดันให้ ช่องแคบฮอร์มุซ กลับมาเปิดใช้งานตามปกติ เพื่อบรรเทาผลกระทบต่อเศรษฐกิจและความมั่นคงด้านพลังงานของภูมิภาคและของโลก.
ที่มา : AP
คลิกอ่านข่าวเกี่ยวกับ ข่าวต่างประเทศ