ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ยืนยันว่า นายกรัฐมนตรีเบนจามิน เนทันยาฮู ของอิสราเอล จะไม่ถูกจับกุมไม่ว่ากรณีใด ๆ ระหว่างเดินทางเยือนสหรัฐฯ แม้นายโซห์ราน มัมดานี นายกเทศมนตรีนครนิวยอร์กกำลังพิจารณาความเป็นไปได้ในการดำเนินการตามหมายจับของศาลอาญาระหว่างประเทศ
ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ได้โพสต์ข้อความผ่านทรูธโซเชียล โดยระบุอย่างตรงไปตรงมาว่า "เบนจามิน เนทันยาฮู จะไม่ถูกจับกุมไม่ว่าจะในรูปแบบใดหรือกรณีใดๆ ทั้งสิ้น ขณะที่อยู่ในสหรัฐอเมริกา"
การออกมาเคลื่อนไหวของทรัมป์มีขึ้น หลังจากที่นายโซห์ราน มัมดานี นายกเทศมนตรีนครนิวยอร์ก ซึ่งเปิดเผยตัวเป็นผู้พิจารณานโยบายวิพากษ์วิจารณ์อิสราเอลอย่างรุนแรง ได้เปิดเผยในรายการพอดแคสต์ "The Interview" ของเดอะนิวยอร์กไทมส์ว่า ฝ่ายกฎหมายของเมืองกำลังเร่งพิจารณาขอบเขตของกฎหมายว่าสามารถทำสิ่งใดได้บ้าง เนื่องจากเขามองว่าเนทันยาฮูเป็น "อาชญากรสงคราม" ที่มีหมายจับของศาลอาญาระหว่างประเทศ (ICC) และควรไปปรากฏตัวที่กรุงเฮก
ทั้งนี้ เนทันยาฮูมีกำหนดการจะเดินทางมายังนครนิวยอร์กในเดือนกันยายนนี้ เพื่อเข้าร่วมการประชุมสมัชชาใหญ่แห่งสหประชาชาติ ซึ่งนายกเทศมนตรีมัมดานีเคยหาเสียงไว้ก่อนหน้านี้ว่า จะสั่งการให้ตำรวจนิวยอร์กเข้าจับกุมเนทันยาฮูทันทีหากเดินทางเข้าเขตนครนิวยอร์ก
ผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายในสหรัฐฯ ให้ความเห็นไปในทิศทางเดียวกันว่า นายกเทศมนตรีนครนิวยอร์กไม่มีอำนาจทางกฎหมายในการจับกุมผู้นำต่างชาติ เนื่องจากกฎหมายสหรัฐฯ ห้ามมิให้มีการคุมขัง คุกคาม หรือขัดขวางเจ้าหน้าที่ระดับสูงและผู้นำรัฐต่างประเทศ โดยผู้ฝ่าฝืนมีโทษจำคุกสูงสุด 3 ปี
พระราชบัญญัติคุ้มครองบุคลากรทางการทหารสหรัฐฯ ปี 2002 (ASPA) ห้ามไม่ให้หน่วยงานระดับท้องถิ่นหรือเทศบาลประสานงาน หรือให้ความช่วยเหลือใดๆ แก่ ICC นอกจากนั้น สหรัฐฯ และอิสราเอล ไม่ได้เป็นสมาชิก ICC ทำให้ทั้งสองประเทศไม่ได้อยู่ภายใต้เขตอำนาจศาลของ ICC และมองว่าหมายจับดังกล่าว "ไม่มีความชอบธรรม"
...
ด้านสำนักนายกรัฐมนตรีอิสราเอลได้ออกมาตอบโต้มัมดานีผ่าน X โดยระบุว่า ICC เป็นเพียง "ศาลปาหี่" และหมายจับดังกล่าวก็เป็นเรื่องไร้สาระ พร้อมกล่าวว่า "นายมัมดานีควรเอาเวลาไปเบนความสนใจออกจากความผิดพลาดในการบริหารเมืองของตนเอง มากกว่าจะมาโจมตีผู้นำของรัฐยิวซึ่งเป็นประชาธิปไตยแห่งเดียวในตะวันออกกลาง"
นอกจากนี้ ประธานาธิบดีทรัมป์ยังระบุเสริมในโพสต์ของเขา โดยยกย่องเนทันยาฮูว่าเป็นผู้นำที่กำลังต่อสู้กับสาธารณรัฐอิสลามอิหร่าน และชี้ว่าผู้ที่ควรถูกจับกุมจริงๆ คือกลุ่มผู้นำอิหร่านที่นำพาภูมิภาคไปสู่ "วงจักรแห่งความตายและการทำลายล้าง"
ท่าทีล่าสุดนี้ตอกย้ำความสัมพันธ์อันแน่นแฟ้นระหว่างรัฐบาลทรัมป์และอิสราเอล รวมถึงการต่อต้านอำนาจของศาล ICC ซึ่งล่าสุดคว่ำบาตรและพยายาม "รื้อถอน" โครงสร้างการทำงานของ ICC โดยอ้างว่าองค์กรดังกล่าวคุกคามอธิปไตยของสหรัฐฯ และพันธมิตร.
ที่มา Reuters / The Times of Israel