โดนัลด์ ทรัมป์ ประกาศตั้งกำแพงภาษีสินค้านำเข้าจากแคนาดา 50% อ้างว่าเพื่อตอบโต้ที่แคนาดาปฏิบัติอย่างไม่เท่าเทียมต่อผลิตภัณฑ์ของสหรัฐฯ ทั้ง รถยนต์, นม และเครื่องดื่มแอลกอฮอล์
เมื่อวันจันทร์ที่ 20 ก.ค. 2569 โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ลงนามคำสั่งฝ่ายบริหารเพื่อเก็บภาษีศุลกากรในอัตราร้อยละ 50 กับสินค้าหลากหลายประเภทที่นำเข้ามาจากแคนาดา โดยอ้างว่านี่เป็นการตอบโต้ที่แคนาดา “ปฏิบัติอย่างไม่เท่าเทียม” ต่อรถยนต์ ผลิตภัณฑ์นม และเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ของสหรัฐฯ
มาตรการจัดเก็บภาษีดังกล่าวจะมีผลบังคับใช้ในวันที่ 19 สิงหาคม ซึ่งถือเป็นการยกระดับความตึงเครียดทางการค้าครั้งใหญ่ระหว่างสองประเทศเพื่อนบ้านในทวีปอเมริกาเหนือ
ทำเนียบขาวระบุว่า การตั้งกำแพงภาษีนี้มีความจำเป็นเพื่อปกป้องภาคธุรกิจของอเมริกา โดยสินค้าที่ตกเป็นเป้าหมายมีตั้งแต่สินค้าอุปโภคบริโภค เช่น ไวน์ และไม้ฮอกกี้ ไปจนถึงสินค้าอุตสาหกรรมอย่างปูนซีเมนต์เพื่อการพาณิชย์ อย่างไรก็ตาม สินค้าส่งออกหลักหลายรายการจะได้รับการยกเว้น เช่น พลังงาน โพแทช แร่ธาตุสำคัญ และปลา
ภาษีศุลกากรใหม่นี้เป็นการซ้ำเติมอุปสรรคทางการค้าที่มีผลบังคับใช้อยู่แล้วระหว่างทั้งสองประเทศ
ในปัจจุบันสหรัฐฯ ยังคงเก็บภาษีศุลกากรจาก เหล็ก อลูมิเนียม และทองแดง ที่นำเข้าจากแคนาดาในอัตรา 15% ถึง 50% นอกจากนี้ วอชิงตันยังจัดเก็บภาษีจากไม้แปรรูปเนื้ออ่อนของแคนาดาในอัตรา 35% ควบคู่ไปกับภาษีชิ้นส่วนรถยนต์ที่ไม่ได้ผลิตในสหรัฐฯ อัตรา 25% ด้วย
ขณะที่แคนาดาก็มีมาตรการตอบโต้ด้วยการเก็บภาษี 25% จากเหล็ก อลูมิเนียม และรถยนต์บางรายการที่นำเข้าจากสหรัฐฯ
การประกาศจัดเก็บภาษีเมื่อวันจันทร์มีขึ้นหลังจากที่ประธานาธิบดีทรัมป์เคยขู่ว่าจะคำสั่งเก็บภาษี สืบเนื่องจากปัญหากลุ่มควันไฟป่าของแคนาดาที่พัดเข้าสู่เมืองต่าง ๆ ของสหรัฐฯ ทว่า กลับไม่มีการกล่าวถึงเรื่องไฟป่าในคำสั่งฝ่ายบริหารที่ทรัมป์ลงนามแต่อย่างใด
...
ในทางกลับกัน แถลงการณ์ทั้ง 3 ฉบับกลับพูดถึงประเด็นความขัดแย้งทางการค้าของสหรัฐฯ ที่แคนาดาทราบดีอยู่ก่อนแล้ว ซึ่งเกี่ยวข้องกับรถยนต์ ผลิตภัณฑ์นม และเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ซึ่งเป็นสัญญาณบ่งชี้ถึงความล้มเหลวในการเจรจาทางการค้าระหว่างทั้งสองประเทศ
ในส่วนของรถยนต์ ทรัมป์กล่าวหาแคนาดาว่าจัดเก็บภาษียานยนต์และชิ้นส่วนของสหรัฐฯ ที่ไม่ได้อยู่ภายใต้ข้อตกลงการค้าเสรีระหว่างแคนาดา สหรัฐฯ และเม็กซิโก หรือที่รู้จักกันในชื่อ USMCA ฉบับปัจจุบัน แต่กลับไม่จัดเก็บภาษีในลักษณะเดียวกันนี้กับประเทศอื่น ๆ ซึ่งทรัมป์มองว่านี่เป็นการเลือกปฏิบัติต่อสหรัฐฯ
ทั้งนี้ กระบวนการผลิตยานยนต์ในอเมริกาเหนือนั้นมีความเชื่อมโยงกันอย่างลึกซึ้งระหว่างแคนาดา สหรัฐฯ และเม็กซิโก โดยนายทรัมป์เคยระบุว่าเรื่องรถยนต์เป็นหนึ่งในประเด็นที่ทั้งสองประเทศมีผลประโยชน์ขัดกันในอดีต
ขณะเดียวกัน ผลิตภัณฑ์นมก็เป็นปัญหาเรื้อรังสำหรับสหรัฐฯ มาโดยตลอด โดยเฉพาะระบบการจัดการอุปทานของแคนาดาที่จำกัดการนำเข้าจากต่างประเทศ ซึ่งสินค้าที่เกินโควตาจะถูกจัดเก็บภาษีสูงถึงกว่า 300%
และประการสุดท้ายคือ การที่หลายรัฐในแคนาดาคว่ำบาตรเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ของสหรัฐฯ ซึ่งบังคับใช้ตั้งแต่ปีก่อน กลายเป็นจุดขัดแย้งสำคัญสำหรับฝ่ายอเมริกัน โดยเหล่าผู้ว่าการรัฐของแคนาดายืนยันว่า มาตรการจะถูกยกเลิกก็ต่อเมื่อสหรัฐฯ ยอมยกเว้นภาษีในภาคส่วนสำคัญของแคนาดา ซึ่งรวมถึงโลหะและยานยนต์
ที่ผ่านมา คณะผู้เจรจาทางการค้าของแคนาดาพยายามดำเนินการเพื่อบรรลุข้อตกลงที่จะช่วยลดภาษีปัจจุบันของสหรัฐฯ ลงบางส่วน แต่การประกาศตั้งกำแพงภาษีล่าสุดของนายทรัมป์ เป็นสัญญาณชัดเจนว่า การเจรจาดังกล่าวกำลังดำเนินไปในทิศทางที่ไม่เป็นผลดีต่อแคนาดาเลย
ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign
ที่มา : bbc