นายแอนดี เบิร์นแฮม รับตำแหน่งนายกรัฐมนตรีคนใหม่ของสหราชอาณาจักรแล้ว พร้อมประกาศแผนปฏิรูปประเทศ 10 ปี เพื่อแก้ปัญหาวิกฤตค่าครองชีพ ท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจซบเซาของประเทศ

เมื่อวันจันทร์ที่ 20 ก.ค. 2569 นายแอนดี เบิร์นแฮม วัย 56 ปี อดีตนายกเทศมนตรีเมืองแมนเชสเตอร์ผู้ได้รับฉายา "ราชาแห่งภาคเหนือ" ได้เข้าเฝ้าพระเจ้าชาร์ลส์ที่ 3 ณ พระราชวังบักกิงแฮม เพื่อรับตำแหน่งนายกรัฐมนตรีคนใหม่ของสหราชอาณาจักรอย่างเป็นทางการแล้ว ทำให้เขากลายเป็นนายกฯ อังกฤษคนที่ 7 นับตั้งแต่ปี 2559

นายเบิร์นแฮมจัดงานแถลงข่าวที่หน้าบ้านเลขที่ 10 ถนนดาวนิง ซึ่งเป็นทั้งทำเนียบรัฐบาลสหราชอาณาจักรและที่พำนักของนายกรัฐมนตรี โดยให้คำมั่นว่าจะนำ "โมเดลทางการเมืองแบบใหม่" มาใช้เพื่อสร้างเสถียรภาพและเศรษฐกิจใหม่ให้กับประเทศผ่านแผนการดำเนินงานระยะ 10 ปี เพื่อบรรเทาวิกฤตค่าครองชีพและอื่นๆ

นายกรัฐมนตรีคนใหม่ของสหราชอาณาจักรระบุว่า แผนของเขารวมถึงมาตรการระยะสั้นเพื่อเร่งช่วยเหลือประชาชนจากวิกฤตค่าครองชีพทันที

เขายังตั้งเป้าหมายสูงสุดในการ "ยุติปัญหาคนไร้บ้านที่ต้องนอนตามท้องถนน" ให้หมดไป และประกาศฟื้นฟูอุตสาหกรรมในประเทศผ่านการจัดซื้อจัดจ้างของรัฐ และเร่งสร้างบ้านพักสวัสดิการแห่งรัฐ (Public Housing) เพิ่มเติม

ในส่วนของนโยบายต่างประเทศ เบิร์นแฮมเผยว่า เขาเตรียมต่อสายตรงถึงประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ และโวโลดิเมียร์ เซเลนสกี ผู้นำยูเครน โดยยืนยันจะสนับสนุนยูเครนอย่างเต็มร้อยเปอร์เซ็นต์ต่อไป

อย่างไรก็ตาม นายเบิร์นแฮมก้าวขึ้นสู่อำนาจท่ามกลางข้อจำกัดและโจทย์ยากมากมาย ก่อนที่การเลือกตั้งทั่วไปครั้งหน้าจะจัดขึ้นในปี 2572 รวมถึงวิกฤตเศรษฐกิจและการคลัง ซึ่งเขาต้องรับมือกับภาวะเศรษฐกิจซบเซา, หนี้สาธารณะระดับสูง และข้อบังคับทางการเงินที่เข้มงวดในการรักษาสมดุลระหว่างรายจ่ายของรัฐกับรายได้จากภาษี

...

นอกจากนั้นยังมีปัญหาสังคมและการย้ายถิ่นฐาน เช่น วิกฤตผู้พ้นสภาพการมีงานทำ, ค่าใช้จ่ายด้านสวัสดิการที่พุ่งสูง และปัญหาผู้อพยพทางเรือที่ผิดกฎหมาย ซึ่งส่งผลให้พรรคขวาจัดอย่าง Reform UK ของไนเจล ฟาราจ ซึ่งต่อต้านผู้อพยพ ได้รับความนิยมมากขึ้น

ขณะเดียวกันยังมีปัจจัยภายในประเทศ อย่างเช่น ความผันผวนของราคาพลังงานจากสงครามระหว่างสหรัฐฯ-อิหร่าน และความไม่แน่นอนทางการเมืองของสหรัฐฯ ภายใต้การนำของโดนัลด์ ทรัมป์

ทั้งนี้ นายเบิร์นแฮมก้าวขึ้นมาเป็นนายกรัฐมนตรีคนใหม่ หลังจาก เซอร์ เคียร์ สตาร์เมอร์ ประกาศลาออกในเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา หลังเผชิญกับเรื่องอื้อฉาวและการกลับลำนโยบายหลายครั้ง โดยก่อนลงจากตำแหน่งสตาร์เมอร์ยืนยันว่าเขาได้ส่งต่อสหราชอาณาจักรที่ "แข็งแกร่งและยุติธรรมยิ่งขึ้น" กว่าเมื่อสองปีก่อน

พรรคแรงงานเลือกดึงตัวเบิร์นแฮม (ซึ่งเพิ่งกลับมาเป็น สส. ได้เพียง 4 สัปดาห์ หลังจากเคยเป็น สส. และรัฐมนตรีในยุคโทนี แบลร์ และกอร์ดอน บราวน์) กลับมานำทัพ เนื่องจากมองว่าสไตล์ที่เข้าถึงง่ายและเป็นกันเองของเขา จะเป็นอาวุธสำคัญในการสกัดกั้นความนิยมของพรรค Reform UK


ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign


ที่มา : cna