โชโกะ คาวาตะ นายกเทศมนตรีเมืองยาวาตะ วัย 36 ปี เริ่มการลาคลอดอย่างเป็นทางการแล้ววันนี้ สร้างประวัติศาสตร์ในฐานะนายกเทศมนตรีที่กำลังดำรงตำแหน่งคนแรกของประเทศญี่ปุ่น ที่ประกาศ "ลาคลอด" ท่ามกลางเสียงสนับสนุนจากสังคม แต่ยังคงเผชิญกระแสวิพากษ์วิจารณ์ออนไลน์และข้อกังขาเรื่องการรับเงินเดือนเต็มจำนวน สะท้อนการถกเถียงเรื่องความเท่าเทียมทางเพศในแวดวงการเมืองญี่ปุ่น

โชโกะ คาวาตะ นายกเทศมนตรีเมืองยาวาตะ เมืองขนาดเล็กที่มีประชากรราว 69,000 คน ทางตะวันตกของประเทศญี่ปุ่น เริ่มลาคลอดอย่างเป็นทางการแล้ววันนี้ (20 ก.ค.) ทำให้เธอกลายเป็นนายกเทศมนตรีขณะดำรงตำแหน่งคนแรกในประวัติศาสตร์ของประเทศที่ใช้สิทธิ "ลาคลอดบุตร" เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา การตัดสินใจดังกล่าวได้รับความสนใจอย่างมากจากสื่อทั่วโลก พร้อมกับจุดกระแสวิพากษ์วิจารณ์และถกเถียงในสังคมอย่างกว้างขวาง

คาวาตะ ซึ่งเคยสร้างสถิติเป็นนายกเทศมนตรีหญิงที่อายุน้อยที่สุดในประวัติศาสตร์ญี่ปุ่นด้วยวัย 33 ปี เมื่อปี 2023 เปิดเผยว่า เธอวางแผนที่จะมีบุตรมาโดยตลอด แต่กลับพบว่าแม้ข้าราชการประจำของเมืองยาวาตะจะได้รับสิทธิลาคลอดตามกฎหมาย 16 สัปดาห์ แต่กลับ "ไม่มีระเบียบหรือแนวทางปฏิบัติรองรับสำหรับตำแหน่งนายกเทศมนตรี" ทำให้เธอต้องเป็นผู้ริเริ่มยกร่างและจัดทำระเบียบดังกล่าวขึ้นมาใหม่เอง

คาวาตะ ให้สัมภาษณ์กับสำนักข่าวรอยเตอร์ว่า "ฉันรู้สึกตกใจมากเมื่อทราบว่าตัวเองเป็นนายกเทศมนตรีคนแรกที่ใช้สิทธิลาคลอด มันทำให้ตระหนักว่าที่ผ่านมา มีผู้หญิงหรือหญิงรุ่นใหม่เข้ามารับตำแหน่งนายกเทศมนตรีน้อยมากเพียงใด"

ทั้งนี้ หนึ่งในภารกิจสุดท้ายก่อนพักงานคือการร่วมขบวนเทศกาลไทโกะ ซึ่งเธอที่กำลังตั้งครรภ์แก่ได้เลือกเดินตามหลังขบวน แทนการขึ้นไปนั่งบนศาลเจ้าจำลองตามประเพณีดั้งเดิม เพื่อความปลอดภัย

...

การลาคลอดของเธอเกิดขึ้นท่ามกลางสถิติช่องว่างทางเพศที่เหลื่อมล้ำอย่างมากของญี่ปุ่น โดยรายงานดัชนีความเหลื่อมล้ำระหว่างเพศของสภาเศรษฐกิจโลก (World Economic Forum) ล่าสุด ระบุว่า ญี่ปุ่นจัดอยู่ในอันดับที่ 118 จาก 148 ประเทศทั่วโลก และอยู่อันดับที่ 125 ในด้านการมีบทบาททางการเมืองของผู้หญิง แม้ว่าสตรีชาวญี่ปุ่นทั่วไปจะมีสิทธิลาคลอดตามกฎหมายประมาณ 14 สัปดาห์ และได้รับเงินชดเชยราว 2 ใน 3 ของเงินเดือนก็ตาม

คาวาตะระบุว่าญี่ปุ่นจำเป็นต้องปฏิรูปสังคมอย่างจริงจัง หากต้องการแก้ปัญหาวิกฤตอัตราการเกิดต่ำที่สุดเป็นประวัติการณ์และการลดลงของประชากร พร้อมเรียกร้องให้สร้างสังคมที่ผู้คนทุกอาชีพ รวมถึงผู้บริหารและผู้นำองค์กร สามารถตัดสินใจมีบุตรได้โดยไม่ต้องกังวลว่าจะกระทบต่อหน้าที่การงาน เพราะหากไม่เปลี่ยนแปลง ประเทศจะเผชิญภาวะประชากรลดลงและเศรษฐกิจถดถอยอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

เธอกล่าวว่า ชาวเมืองและเพื่อนร่วมงานส่วนใหญ่สนับสนุนการลาคลอดครั้งนี้ แต่รู้สึกผิดหวังกับกระแสวิจารณ์บนสื่อสังคมออนไลน์ ซึ่งบางคนกล่าวหาว่าเธอไม่ได้ตั้งใจทำงาน และเข้ารับตำแหน่งเพียงเพื่อใช้สิทธิลาคลอด ทั้งที่ตลอดระยะเวลาการดำรงตำแหน่ง เธอปฏิบัติหน้าที่ตามปกติ

แม้ประชาชนส่วนใหญ่ในเมืองยาวาตะจะเห็นด้วยกับการลาคลอดของนายกเทศมนตรี แต่ก็มีผู้ตั้งคำถามเกี่ยวกับการที่เธอยังคงได้รับเงินเดือนเต็มจำนวนระหว่างลาคลอด โดยบางส่วนมองว่าสิทธิในการลาคลอดเป็นสิทธิพื้นฐานของผู้หญิง แต่ควรมีการพิจารณาเรื่องค่าตอบแทนให้เหมาะสม

คาวาตะมีกำหนดคลอดบุตรในเดือนกันยายนนี้ และการลาคลอดของเธอถูกจับตามองทั้งในญี่ปุ่นและต่างประเทศ ในฐานะกรณีศึกษาสำคัญเกี่ยวกับบทบาทของสตรีในตำแหน่งผู้นำ และการสร้างสมดุลระหว่างชีวิตครอบครัวกับการทำงานในสังคมญี่ปุ่นยุคใหม่.


ที่มา Reuters