เจ้าหน้าที่กู้ภัยพบผู้รอดชีวิตจากเหตุเรือล่มที่อินโดนีเซียอีกหลายคน แม้จะผ่านมาถึง 5 วันแล้ว โดย 2 คนพบที่เกาะร้าง และอีกหลายคนถูกพบลอยคออยู่กลางทะเล
เมื่อวันอาทิตย์ที่ 19 ก.ค. 2569 เจ้าหน้าที่กู้ภัยเปิดเผยว่า พบผู้รอดชีวิต 2 รายจากเหตุการณ์เรือโดยสารล่มนอกชายฝั่งทางตะวันออกของอินโดนีเซีย บนเกาะที่ไม่มีผู้อยู่อาศัย 1 วันหลังจากมีการช่วยเหลือผู้รอดชีวิตอีก 5 รายที่ลอยคออยู่กลางทะเล
เรือลำดังกล่าวซึ่งบรรทุกผู้โดยสารมามากกว่า 70 คน ล่มในทะเลเมื่อวันพุธที่ผ่านมา (15 ก.ค.) ขณะแล่นอยู่ใกล้กับเกาะเซลายาร์ (Selayar) ซึ่งเป็นเกาะขนาดเล็กทางตอนใต้ของเกาะสุลาเวสี
ในวันอาทิตย์ ทีมกู้ภัยได้พบกับชายและหญิงคู่หนึ่งที่สามารถเดินทางมาถึงเกาะเล็ก ๆ แห่งนี้ได้สำเร็จ โดยอาศัยการเกาะอุปกรณ์ลอยน้ำที่ประดิษฐ์ขึ้นเอง ทั้งสองเล่าว่า เพื่อนร่วมทางอีก 4 คนที่อยู่กับพวกเขาในตอนแรกไม่สามารถรอดชีวิตมาได้
“บางคนเริ่มหมดแรงและไม่สามารถเกาะแพพยุงตัวไว้ได้อีกต่อไป จนกระทั่งถูกกระแสน้ำพัดหายไปในที่สุด” มูฮัมหมัด อาริฟ อันวาร์ เจ้าหน้าที่ค้นหาและกู้ภัยท้องถิ่น บอกกับสำนักข่าว AFP “เราหวังว่าจะยังคงพบเพื่อนร่วมทางของพวกเขาอยู่”
ส่วนผู้รอดชีวิตอีก 5 ราย ซึ่งรวมถึงเด็กหญิงวัย 7 ขวบ ได้รับความช่วยเหลือเมื่อวันเสาร์ (18 ก.ค.) หลังจากลอยคออยู่กลางทะเลนานถึง 3 วัน
“หลังจากเรือจมลง แต่ละคนก็เอาชีวิตรอดโดยใช้อุปกรณ์หรือสิ่งของอะไรก็ตามเท่าที่หาได้ แล้วนำมาดัดแปลงใช้เป็นเครื่องพยุงตัว” นายอาริฟบอกกับ AFP ในช่วงเช้าวันอาทิตย์ “พวกเขาเอาแกลลอนน้ำมันและเศษโฟมมาผูกติดกันด้วยเชือก แล้วปีนขึ้นไปอยู่บนนั้น”
กลุ่มคนดังกล่าวได้รับการช่วยเหลือเมื่อบ่ายวันเสาร์โดยชาวประมงท้องถิ่น ซึ่งได้วิทยุแจ้งเจ้าหน้าที่เพื่อขอความช่วยเหลือ โดยผู้รอดชีวิตถูกพบในสภาพเหนื่อยล้าและอ่อนแรงหลังจากลอยคออยู่หลายวันโดยไม่มีอาหารและน้ำที่เพียงพอ พวกเขาประทังชีวิตมาได้ด้วยบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปและขนมปังปี๊บไม่กี่ห่อ
...
ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่กู้ภัยสามารถช่วยเหลือผู้ประสบเหตุได้กว่า 50 คนในวันพฤหัสบดี (16 ก.ค.) หรือ 1 วันหลังเกิดเหตุ โดยรายชื่อผู้โดยสารระบุว่ามีคนอยู่บนเรือลำนี้เพียง 50 คน แต่จากการตรวจสอบเพิ่มเติมในภายหลังพบว่ามีคนอยู่บนเรือจริงถึง 78 คน
นายอาริฟกล่าวว่า ตอนนี้กำลังมีการใช้เรือขนาดใหญ่ 5 ลำ เครื่องบินลาดตระเวน 1 ลำ และเฮลิคอปเตอร์อีก 1 ลำ ในปฏิบัติการค้นหาผู้ที่คาดว่ายังคงสูญหายอีก 18 คนอย่างต่อเนื่อง
ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign
ที่มา : cna