รัฐมนตรีต่างประเทศอิหร่านเผยว่า เขายังไม่เคยพบผู้นำสูงสุดคนใหม่ด้วยตัวเองเลย พร้อมเผยว่า หากอิหร่านชนะสงครามอย่างเด็ดขาดด้วยวิธีทางทหารไม่ได้ ก็คงจำเป็นต้องเจรจา
เมื่อวันอาทิตย์ที่ 19 ก.ค. 2569 นายอับบาส อารักชี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงต่างประเทศของอิหร่าน ให้สัมภาษณ์กับสื่อในหลายประเด็น รวมถึงเรื่องช่องโหว่ที่เปิดโอกาสให้อิสราเอลโจมตีกลุ่มผู้นำประเทศในช่วงเริ่มต้นของสงคราม และเรื่องที่เขายังไม่เคยได้พบ โมจตาบา คาเมเนอี ผู้นำสูงสุดคนใหม่ตรง ๆ เลย
ชาหวาด โมกูยี ผู้ดำเนินรายการพอดแคสต์ ถามถึงเรื่องการเจรจากับ สตีฟ วิตคอฟฟ์ และ จาเรด คุชเนอร์ ผู้แทนของสหรัฐฯ ในเดือนกุมภาพันธ์ ก่อนที่จะเกิดสงคราม ซึ่งนายอารักชีระบุว่า “ผมบอกกับวิตคอฟฟ์ว่า 'คุณเคยเข้าร่วมการประชุมที่มีความเป็นไปได้ว่าจะถูกทิ้งระเบิดใส่ได้ทุกเมื่อบ้างไหม?'”
เมื่อถูกถามเรื่องการโจมตีจากสหรัฐฯ และอิสราเอลที่เปิดฉากขึ้นเมื่อ 28 ก.พ. นายอารักชีกล่าวว่า การทิ้งระเบิดถล่มทำเนียบผู้นำในกรุงเตหะราน ซึ่งคร่าชีวิตผู้นำสูงสุด อาลี คาเมเนอี และสมาชิกในครอบครัวไปเป็นจำนวนมากเมื่อเดือนกุมภาพันธ์นั้น “เกิดขึ้นได้จากช่องโหว่ด้านความปลอดภัย และช่องโหว่ด้านความปลอดภัยนี้ก็ยังคงมีอยู่”
นายอารักชียืนยันว่า อิหร่านวางแผนเอาไว้ “ตั้งแต่แรก” ว่าจะมีการปิดช่องแคบฮอร์มุซหากผู้นำประเทศตกเป็นเป้าหมายการโจมตี โดยหลังจากทราบข่าวการเสียชีวิตของคาเมเนอี ตัวเขาก็ “รีบติดต่อกระทรวงการต่างประเทศของประเทศต่าง ๆ ในภูมิภาคทันทีและแจ้งว่าเราจะโจมตีฐานทัพทหารของสหรัฐฯ ขอให้เข้าใจว่าปฏิบัติการนี้เป็นการลงมือต่ออเมริกา”
เมื่อถูกถามเรื่องการเข้าพบผู้นำสูงสุดคนใหม่ รัฐมนตรีต่างประเทศตอบว่า “ผมยังไม่ได้เข้าพบ 'อากา' (ท่านผู้นำ) โมจตามา ด้วยตัวเองเลยในช่วงระยะเวลาที่ท่านดำรงตำแหน่งผู้นำที่ผ่านมา มีคนจำนวนน้อยมากจริง ๆ ที่ได้เข้าพบท่าน”
...
ส่วนเรื่องความพร้อมรบของกองทัพ นายอารักชีอ้างว่า “ในช่วงเวลา 8 เดือนระหว่างสงครามทั้ง 2 ครั้ง (สงคราม 12 วันในเดือนมิถุนายน 2568 กับสงครามล่าสุดในเดือนกุมภาพันธ์ 2569) ระบบแท่นยิงขีปนาวุธของอิหร่านถูกปรับเปลี่ยนในลักษณะที่ว่า ต่อให้เราจะยิงออกไปมากแค่ไหน ขีปนาวุธของเราก็ไม่มีวันหมดสิ้น”
นายอารักชียืนยันว่า ตลอดช่วงที่เกิดสงคราม ตัวเขากับรัฐมนตรีช่วยกระทรวงต่างประเทศ “ไม่ได้ออกจากตึกกระทรวงการต่างประเทศเลย ในแต่ละวันเราจะนั่งรถตระเวนไปรอบเมืองเป็นเวลาหลายชั่วโมง และผมไม่สามารถวางโทรศัพท์มือถือลงได้เลย”
สำหรับแผนการในอนาคต รัฐมนตรีต่างประเทศของอิหร่านย้ำว่า “หากเราไม่มีความสามารถพอที่จะบรรลุชัยชนะเด็ดขาดด้วยวิธีทางทหาร เราก็จำเป็นต้องเจรจา ทว่าการเจรจาควรเกิดขึ้นเมื่อคุณเป็นฝ่ายได้เปรียบในแนวหน้าของการสู้รบ”
ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign
ที่มา : cnn