รัสเซียส่งโดรน-ยิงขีปนาวุธโจมตีเมืองต่างๆ ของยูเครนอย่างรุนแรงอีกครั้งในช่วงข้ามคืนเข้าสู่วันอาทิตย์ ทำให้มีผู้เสียชีวิตแล้ว 5 ศพ บาดเจ็บอีกหลายสิบราย ส่วนยูเครนยังคงโจมตีพลังงานของรัสเซียอย่างต่อเนื่อง

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า รัสเซียได้ระดมยิงขีปนาวุธทิ้งตัว (ballistic missile) โจมตีเมืองต่าง ๆ ของยูเครนในช่วงข้ามคืนเข้าสู่วันอาทิตย์ที่ 19 ก.ค. 2569 ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตแล้ว 5 ศพ และบาดเจ็บอีกอย่างน้อย 35 ราย ในขณะที่ฝ่ายยูเครนก็ยังคงเดินหน้าโจมตีพื้นที่ต่างๆ ของรัสเซียเช่นกัน

เจ้าหน้าที่ยูเครนเปิดเผยว่า การโจมตีล่าสุดของรัสเซีย ทำให้มีผู้เสียชีวิต 4 ศพและบาดเจ็บอีก 19 รายที่เมืองคาร์คิฟทางตะวันออกเฉียงเหนือ และมีผู้เสียชีวิตอีก 1 ศพ กับบาดเจ็บอีก 16 รายในกรุงเคียฟ เมืองหลวงของประเทศ

ขณะที่กองทัพยูเครนระบุว่า รัสเซียใช้ขีปนาวุธอิสกันเดอร์ (Iskander) ขีปนาวุธความเร็วเหนือแสงเซอร์คอน (Zircon) ตลอดจนโดรนอีก 125 ลำ ในการโจมตีกรุงเคียฟเมื่อคืนที่ผ่านมา โดยระบบป้องกันภัยทางอากาศในเมืองหลวงสามารถยิงสกัดขีปนาวุธได้ 18 ลูกจากทั้งหมด 41 ลูก และสกัดโดรนได้อีก 108 ลำ

ด้านนาย โวโลดิเมียร์ เซเลนสกี ประธานาธิบดียูเครน กล่าวว่านี่เป็นหนึ่งในการโจมตีด้วยขีปนาวุธทิ้งตัวครั้งรุนแรงที่สุด นับตั้งแต่รัสเซียเปิดฉากรุกรานเต็มรูปแบบเมื่อปี 2565 โดยในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา รัสเซีย “ใช้โดรนโจมตีประมาณ 1,450 ลำ ระเบิดนำวิถีมากกว่า 1,640 ลูก และขีปนาวุธประเภทต่าง ๆ อีก 99 ลูกในการโจมตียูเครน”

ในขณะเดียวกัน ยูเครนยังคงเดินหน้าโจมตีพื้นที่ต่าง ๆ ของรัสเซีย โดยเซเลนสกีเปิดเผยว่า เรือบรรทุกน้ำมันของรัสเซีย 3 ลำในทะเลดำถูกโจมตี รวมถึงสิ่งปลูกสร้างในแคว้นสตัฟโรปอลทางตะวันตกเฉียงใต้ด้วย

...

“หน่วย SBU (สำนักงานความมั่นคง) โจมตีคลังน้ำมัน 3 แห่งในภูมิภาคสตัฟโรปอลพร้อม ๆ กัน ในขณะที่กองทัพของเราโจมตีสิ่งปลูกสร้างที่เกี่ยวข้องกับเชื้อเพลิงอีกแห่งในแคว้นเดียวกัน” เซเลนสกีระบุในข้อความที่โพสต์บน Telegram

“นอกจากนี้ยังมีการโจมตีอย่างแม่นยำเข้าใส่เรือบรรทุกน้ำมันใน ‘กองเรือเงา’ (shadow fleet) ของรัสเซีย 3 ลำในทะเลดำ ผมขอขอบคุณทุก ๆ หน่วยงานของเราที่ช่วยทำให้รัสเซียตระหนักได้ว่า สงครามครั้งนี้ต้องยุติลงได้แล้ว”

ด้านกลุ่มบริษัท Caspian Pipeline Consortium ซึ่งเป็นผู้ขนส่งน้ำมันในทะเลแคสเปียนของคาซัคสถานไปยังท่าเรือโนโวรอสซีสค์ของรัสเซียในทะเลดำ เปิดเผยว่าสถานีขนถ่ายน้ำมันของพวกเขาถูกโจมตี เรือบรรทุกน้ำมัน 2 ลำได้รับความเสียหาย ทำให้ต้องระงับการขนถ่ายน้ำมันชั่วคราว แต่ไม่มีผู้บาดเจ็บหรือน้ำมันรั่วไหล

นายวิตาลี คลิทช์โก นายกเทศมนตรีกรุงเคียฟ กล่าวว่า อาคารบ้านเรือนของประชาชนและอาคารอื่น ๆ ได้รับความเสียหาย รวมถึงซูเปอร์มาร์เก็ตและหอพักแห่งหนึ่งด้วย นอกจากนั้นเจ้าหน้าที่ดับเพลิงกำลังเร่งควบคุมไฟไหม้ที่โกดังสินค้า 2 แห่ง ในขณะที่ศูนย์โลจิสติกส์ในเขตบูชาใกล้กรุงเคียฟถูกโจมตี จนมีผู้บาดเจ็บ 2 รายด้วย

ทั้งนี้ การโจมตีล่าสุดของรัสเซียหลังจากยูเครนส่งโดรนถล่มคลังสินค้า 2 แห่งของบริษัท ไวลด์เบอร์รีส์ (Wildberries) ซึ่งเป็นผู้ค้าปลีกออนไลน์รายใหญ่ที่สุดของรัสเซีย ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต 8 ศพ และเกิดเพลิงไหม้ครั้งใหญ่ ซึ่งเซเลนสกีอ้างว่า เป็นการโจมตีเพื่อตอบโต้ที่รัสเซียโจมตีโครงสร้างพื้นฐานของพลเรือน, เมือง และชุมชนต่างๆ

อนึ่ง ยูเครนยกระดับการโจมตีด้วยโดรนระยะไกลเข้าใส่โครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานที่สำคัญของรัสเซียมากขึ้นในช่วงไม่กี่เดือนที่ผ่านมา ส่งผลให้เกิดการขาดแคลนเชื้อเพลิงเป็นวงกว้าง โดยรัฐบาลเคียฟอ้างเมื่อช่วงต้นเดือนกรกฎาคมว่า กำลังการกลั่นน้ำมันเกือบ 43% ของรัสเซีย “ถูกทำให้ใช้การไม่ได้” จากการโจมตีดังกล่าว

อย่างไรก็ตาม รัสเซียเองก็ได้ยกระดับการโจมตีเมืองต่าง ๆ ของยูเครนเช่นกัน ส่งผลให้ทางเคียฟต้องเสาะหาการสนับสนุนระบบสกัดกั้นขีปนาวุธนำวิถีเพิ่มเติมจากพันธมิตรในยุโรป

“การป้องกันตัวเองจากขีปนาวุธคือสิ่งที่เราให้ความสำคัญเป็นอันดับแรกและสูงสุดอย่างต่อเนื่องในเวลานี้” เซเลนสกีกล่าวเมื่อวันอาทิตย์ “เราจำเป็นต้องมีระบบสกัดกั้นในทุก ๆ วัน”


ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign


ที่มา : bbc