ประธานาธิบดีฮังการียอมลงจากตำแหน่งแล้ว หลังรัฐสภาผ่านกฎหมายใหม่เพื่อยุติการดำรงตำแหน่งของเขา หลังจากหลายฝ่ายมองว่า ประธานาธิบดีผู้นี้เป็นเพียงหุ่นเชิดของอดีตนายกฯ วิกตอร์ ออร์บาน

เมื่อวันเสาร์ที่ 18 ก.ค. 2569 นายทามาส ซูลย็อก (Tamás Sulyok) ประธานาธิบดีฮังการี ตกลงที่จะก้าวลงจากตำแหน่งแล้ว โดยได้ลงนามในร่างแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญของประเทศ ซึ่งจะส่งผลให้วาระการดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีของเขาสิ้นสุดลงในเวลาเที่ยงคืนของวันอาทิตย์นี้

พรรคทิสซา (Tisza) ของนายกรัฐมนตรี เปแตร์ มอจยอร์ (Péter Magyar) ใช้เสียงข้างมากผลักดันการเปลี่ยนผ่านกฎหมายดังกล่าวผ่านรัฐสภาอย่างรวดเร็วเพื่อขับไล่นายซูลย็อก ซึ่งหลายฝ่ายมองว่าเป็นผู้จงรักภักดีของอดีตนายกรัฐมนตรีวิกตอร์ ออร์บาน ซึ่งแพ้เลือกตั้งเมื่อเดือนเมษายน หลังจากปกครองประเทศมานาน 16 ปี

นายซูลย็อกมีเวลา 5 วันในการลงนามในร่างแก้ไขเพิ่มเติมดังกล่าว มิฉะนั้นอาจต้องเผชิญกับวิกฤตการณ์ทางรัฐธรรมนูญที่ยืดเยื้อและกระบวนการฟ้องร้องถอดถอนออกจากตำแหน่ง หรืออิมพีชเมนต์

ซึ่งในที่สุด นายซูลย็อกก็ออกมายืนยันว่าเขาจะยอมรับการเปลี่ยนแปลงกฎหมายดังกล่าว เมื่อเส้นตายผ่านพ้นไปในเย็นวันเสาร์ แต่ในแถลงการณ์ของเขายังไม่วายกล่าวหารัฐบาลของนายมอจยอร์ว่า ละเมิดหลักนิติธรรม

ซูลย็อกระบุว่า การแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญครั้งนี้ถือเป็น “จุดแตกหักในระบอบประชาธิปไตยตามรัฐธรรมนูญของฮังการี” และระบุว่า “ค่านิยมหลักของสังคมเสรี... ถูกเหยียบย่ำทำลายเพียงเพื่อผลประโยชน์และอำนาจทางการเมือง”

เหตุการณ์นี้นับเป็นความเคลื่อนไหวล่าสุดของรัฐบาลพรรคทิสซา ซึ่งมองว่าซูลย็อกเป็นเพียงหุ่นเชิดของรัฐบาลชุดก่อน และกดดันให้เขาลาออกมาตลอด โดยรัฐบาลชุดนี้ได้เดินหน้าเปลี่ยนแปลงรัฐธรรมนูญครั้งใหญ่หลายประการนับตั้งแต่ชนะการเลือกตั้งอย่างถล่มทลายในเดือนเมษายน

...

ด้านนายออร์บานประณามการแก้ไขรัฐธรรมนูญครั้งนี้ว่าเป็นพฤติกรรมเผด็จการ และเรียกร้องให้ประชาชนออกมาประท้วง

ทั้งนี้ นายออร์บานบริหารประเทศฮังการีตั้งแต่ปี 2556 ถึง 2569 โดยพรรคฟิเดสซ์ (Fidesz) ของเขาปรับเปลี่ยนโครงสร้างรัฐฮังการีตามความต้องการของตนเอง และส่งคนสนิทของพรรคเข้าดำรงตำแหน่งในองค์กรอิสระต่าง ๆ ของรัฐ โดยอาศัยเสียงข้างมาก 2 ใน 3 ของพรรค

อย่างไรก็ตาม นับตั้งแต่การเลือกตั้งเมื่อเดือนเมษายน พรรคฟิเดสซ์ตกต่ำลงอย่างต่อเนื่อง โดยพรรคยังคงระส่ำระสายจากความพ่ายแพ้ และตัวนายออร์บานเองก็แทบไม่ปรากฏตัวต่อสาธารณะเลย และปฏิเสธที่จะเข้ารับตำแหน่งในรัฐสภาด้วย

ด้านนายอันตราส บอคอ (András Baka) อดีตประธานศาลฎีกาของฮังการี ออกมาแสดงความเห็นด้วยกับการปลดนายซูลย็อก พร้อมเสริมว่า ฮังการีเคยปกครองด้วยหลักนิติธรรมตั้งแต่ปี 2532 จนถึงปี 2553 แต่หลังจากนั้น พรรคฟิเดสซ์ได้เข้าแทรกแซงสถาบันต่าง ๆ ของรัฐและสร้างรัฐเผด็จการขึ้นมา

“และในตอนนี้ มันเป็นเรื่องยากมากที่จะทลายระบอบเผด็จการที่มีความซับซ้อน... ซึ่งถูกออกแบบมาเพื่อให้มีชีวิตรอดต่อไปได้ แม้ว่าจะพ่ายแพ้ในการเลือกตั้งก็ตาม” นายบอคอกล่าว


ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign


ที่มา : bbc