โดรนของยูเครนถล่มคลังเก็บสินค้าของบริษัทค้าปลีกรายใหญ่ที่สุดของรัสเซีย 2 แห่ง จนเกิดไฟลุกไหม้อย่างรุนแรง พบผู้เสียชีวิตแล้ว 8 ศพ และบาดเจ็บอีกหลายสิบราย

เมื่อวันเสาร์ที่ 18 ก.ค. 2569 เจ้าหน้าที่ของรัสเซียเปิดเผยว่า โดรนของยูเครนโจมตีคลังสินค้า 2 แห่งของบริษัท “Wildberries” ซึ่งเป็นผู้ให้บริการค้าปลีกออนไลน์รายใหญ่ที่สุดของรัสเซีย ทำให้เกิดไฟลุกไหม้อย่างรุนแรง โดยเบื้องต้นพบผู้เสียชีวิตแล้ว 8 ศพบาดเจ็บอีก 62 ราย ทำให้นี่เป็นการโจมตีนองเลือดที่สุดของยูเครนในรอบ 2 ปี

การโจมตีคลังสินค้าในเมืองตัมบอฟ (Tambov) ซึ่งอยู่ห่างจากกรุงมอสโกไปทางตะวันออกเฉียงใต้ราว 475 กม. ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต 7 ศพ และบาดเจ็บอีก 25 ราย ส่วนที่คลังสินค้าอีกแห่ง ในเมืองเอเลคโตรสตัล (Elektrostal) ในแคว้นมอสโก มีผู้เสียชีวิต 1 ศพ บาดเจ็บอีก 37 ราย

ประธานาธิบดีโวโลดิเมียร์ เซเลนสกี แห่งยูเครน กล่าวว่า การโจมตีครั้งนี้พุ่งเป้าไปที่ “สิ่งอำนวยความสะดวกสำคัญด้านการขนส่ง” ซึ่งถูกใช้ในการ “จัดหาชิ้นส่วนที่ถูกคว่ำบาตรสำหรับนำไปใช้ผลิตโดรนและอุปกรณ์นำทาง” ของกองทัพรัสเซีย

ผู้นำยูเครนเสริมด้วยว่า กองทัพยูเครนยังได้โจมตีเป้าหมายหลายแห่งในทะเลอาซอฟ ทะเลดำ รวมถึงในคาบสมุทรไครเมียที่ถูกรัสเซียผนวกดินแดนไปด้วย

เซเลนสกีบอกด้วยว่า การโจมตีครั้งนี้เป็นการตอบโต้ที่รัสเซีย โจมตีโครงสร้างพื้นฐานของพลเรือน รวมถึงเมืองและชุมชนต่าง ๆ ของยูเครน โดยการโจมตีของรัสเซียทั่วยูเครนเมื่อวันพุธที่ผ่านมา (15 ก.ค.) ทำให้มีผู้เสียชีวิต 14 ศพ

ทั้งนี้ Wildberries มักถูกเปรียบเปรยว่าเป็น Amazon เวอร์ชันรัสเซีย บริหารโดยกลุ่มบริษัท RWB ซึ่งเกิดจากการควบรวมกิจการระหว่าง Wildberries และบริษัทโฆษณา Russ มีมูลค่าบริษัทสูงถึงประมาณ 1.26 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ จากการประเมินของ Forbes Russia ในปี 2569

...

นายเซอร์ฮี คูซาน ประธานศูนย์ความมั่นคงและความร่วมมือแห่งยูเครน ให้สัมภาษณ์กับ BBC ว่า Wildberries ถือเป็น “องค์ประกอบสำคัญ” ในระบบโลจิสติกส์ของรัสเซีย และเว็บไซต์ของบริษัทได้ถูกกลุ่มอาสาสมัครชาวรัสเซียใช้เป็นช่องทางในการจัดซื้ออุปกรณ์ทางทหาร ไม่ว่าจะเป็นวิทยุสื่อสาร เสื้อเกราะกันกระสุน รวมถึงชิ้นส่วนโดรน

“เหตุผลหลักในการโจมตีคลังสินค้าของ Wildberries คือการตัดตอนระบบโลจิสติกส์ของรัสเซีย ตลอดจนขัดขวางการส่งกำลังบำรุงของสินค้าที่ใช้ได้ทั้งสองทาง (Dual-use goods), ชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์สำคัญ, สินค้าที่ถูกคว่ำบาตร และสิ่งของอื่น ๆ ที่คล้ายคลึงกัน ส่งต่อไปยังกองทัพรัสเซียและผู้ผลิตอาวุธของรัสเซีย”

“นอกจากนี้ ความเสียหายข้างเคียงจากการโจมตีดังกล่าวยังอาจส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อเศรษฐกิจของรัสเซีย ตลอดจนสร้างผลกระทบทางจิตวิทยาต่อสังคมรัสเซีย และอาจส่งผลต่อการสนับสนุนการทำสงครามที่ยังคงดำเนินอยู่ด้วย” นายคูซานกล่าว

ที่ผ่านมา รัสเซียเองก็เคยพุ่งเป้าโจมตีสิ่งอำนวยความสะดวกในลักษณะเดียวกันนี้ในยูเครนนับตั้งแต่เริ่มเปิดฉากสงคราม รวมถึงระบบไปรษณีย์และผู้จัดจำหน่ายชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์บางราย

อย่างไรก็ตาม นาง ทาเทียนา คิม ซีอีโอของ Wildberries ซึ่งเป็นหนึ่งในมหาเศรษฐีหญิงคนแรก ๆ ของรัสเซีย กล่าวว่า นี่นับเป็น “ค่ำคืนที่เลวร้าย” สำหรับรัสเซียและสำหรับบริษัทของเธอ

ขณะที่นาย เยฟจีนี เปอร์วิชอฟ ผู้ว่าการแคว้นตัมบอฟโพสต์ข้อความผ่านแอปพลิเคชัน Telegram ว่า “พนักงานกะดึก 7 คนเสียชีวิตในที่เกิดเหตุทันที” เสริมว่า มีผู้ได้รับบาดเจ็บ 25 ราย โดยในจำนวนนี้มี 7 รายที่อาการสาหัส ซึ่งอาการบาดเจ็บส่วนใหญ่เกิดจากสะเก็ดระเบิด

นายเปอร์วิชอฟประณามว่า นี่เป็นการโจมตีที่ “รุนแรงและไร้มนุษยธรรมที่สุด” เท่าที่เคยเกิดขึ้นในแคว้นนี้ หากวัดจากจำนวนโดรนที่ใช้และจำนวนผู้บาดเจ็บล้มตาย


ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign


ที่มา : bbc