"ทรัมป์ มีเดีย" เจ้าของแพลตฟอร์ม "ทรูธ โซเชียล" เตรียมเปิดตัวบริการส่งข้อมูลแบบเสียเงิน เพื่อให้บริษัทการเงินในตลาดหุ้นวอลล์สตรีทสามารถเข้าถึงโพสต์ของบัญชีระดับสูง รวมถึงบัญชีของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ได้อย่างรวดเร็ว ท่ามกลางข้อกังวลเรื่องผลประโยชน์ทับซ้อน เนื่องจากประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ซึ่งเป็นผู้ใช้งานหลักของแพลตฟอร์ม ยังเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ของบริษัท
บริษัท ทรัมป์ มีเดีย แอนด์ เทคโนโลยี กรุ๊ป (Trump Media & Technology Group) ผู้ให้บริการแอปพลิเคชันโซเชียลมีเดีย "ทรูธ โซเชียล" (Truth Social) ประกาศแผนการเปิดตัวบริการเชิงพาณิชย์รูปแบบใหม่ในชื่อ “ทรูธ เอพีไอ” (Truth API) ซึ่งเป็นระบบป้อนข้อมูลเชิงพาณิชย์แบบชำระเงิน โดยจะเริ่มให้บริการตั้งแต่วันที่ 1 สิงหาคม 2026 เป็นต้นไป
บริการนี้ได้รับการออกแบบมาสำหรับกลุ่มลูกค้าสถาบันการเงินและนักเทรดในวอลล์สตรีทที่ต้องการความเร็วในการเข้าถึงข้อมูลข่าวสาร โดยระบบจะจัดส่งโพสต์จากบัญชีที่มีอิทธิพลและมีอันดับสูงสุดบนแพลตฟอร์ม ซึ่งปัจจุบันผู้ที่มีผู้ติดตามมากที่สุดคือ ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ตรงถึงมือผู้ซื้อบริการในเวลาเพียงเศษเสี้ยววินาที ตลอด 24 ชั่วโมง ไม่มีวันหยุด
ที่ผ่านมา ข้อความสาธารณะของโดนัลด์ ทรัมป์ มักจะกระตุ้นให้เกิดความผันผวนอย่างรุนแรงในตลาดการเงินโลกในทันที โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อเขาโพสต์ข้อความเกี่ยวกับนโยบายการค้า ภาษีศุลกากร หรือความขัดแย้งระหว่างประเทศ สำหรับสถาบันการเงินระดับโลกแล้ว ความล่าช้าในการเข้าถึงข้อมูลเพียงไม่กี่วินาทีอาจหมายถึงการสูญเสียโอกาสทางธุรกิจหรือความเสียหายมูลค่ามหาศาล
ก่อนหน้านี้ ธนาคารและนักเทรดต่าง ๆ ต้องคอยเฝ้าหน้าจอแอปพลิเคชันทรูธ โซเชียล เพื่อตรวจสอบโพสต์ใหม่ ๆ ด้วยตนเอง แต่บริการใหม่นี้จะส่งข้อมูลโพสต์ที่สามารถขับเคลื่อนทิศทางตลาด ตรงเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ของลูกค้าที่ยอมจ่ายเงินทันที
...
“ตลาดการเงินต่างก็เคลื่อนไหวตามโพสต์บนทรูธ โซเชียล อยู่แล้ว” เควิน แมคเกิร์น รักษาการประธานเจ้าหน้าที่บริหารของทรัมป์ มีเดีย กล่าว พร้อมแสดงความเชื่อมั่นว่าบริการนี้จะกลายเป็นแหล่งสร้างผลกำไรที่มั่นคงและสม่ำเสมอให้กับบริษัท ซึ่งปัจจุบันยังคงมีสถานะขาดทุน
อย่างไรก็ตาม ทางทรัมป์ มีเดีย ยังไม่ได้เปิดเผยโครงสร้างราคาอย่างเป็นทางการสำหรับบริการส่งข้อมูลความเร็วสูงนี้ และระบุเพิ่มเติมว่าที่ผ่านมามีหลายบริษัทแอบลักลอบดึงข้อมูลจากระบบไปใช้งานโดยไม่ได้รับอนุญาต ซึ่งทางบริษัทจะเริ่มดำเนินการบล็อกช่องทางเหล่านั้นในเร็ว ๆ นี้ เพื่อบังคับให้สถาบันการเงินต้องหันมาซื้อข้อมูลอย่างถูกกฎหมาย
ความเคลื่อนไหวในครั้งนี้ทำให้เกิดข้อถกเถียงอย่างหนักในหมู่ผู้เชี่ยวชาญ เนื่องจากครอบครัวของโดนัลด์ ทรัมป์ ยังคงเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ที่สุดในบริษัททรัมป์ มีเดีย ซึ่งหมายความว่า ประธานาธิบดีสหรัฐฯ กำลังจะได้รับผลประโยชน์ทางการเงินโดยตรงจากการขายสิทธิ์การเข้าถึงแถลงการณ์สาธารณะของตนเองอย่างรวดเร็วกว่าประชาชนทั่วไป
แม้ว่าสื่อโซเชียลมีเดียอื่น ๆ เช่น X จะมีการขายข้อมูลสถิติและ API ให้กับสถาบันการเงินเป็นเรื่องปกติอยู่แล้ว แต่กรณีนี้สร้างความตื่นตัวเนื่องจากเป็นกรณีของประธานาธิบดีที่ยังอยู่ในตำแหน่ง
มาร์ก สปีเกล ผู้เชี่ยวชาญด้านการลงทุนจาก Stanphyl Capital Management ระบุว่า หากบริการนี้รวมโพสต์ของประธานาธิบดีเข้าไปด้วยจริง จะถือเป็นเรื่องที่ "ไม่เคยมีปรากฏการณ์แบบนี้เกิดขึ้นมาก่อน" และบริษัทที่ทำการซื้อขายหุ้นตามข่าวด่วนจะตกอยู่ในสภาวะ "เสียเปรียบ" ทันทีหากพวกเขาไม่ยอมจ่ายเงินเพื่อซื้อข้อมูลความเร็วสูงนี้ ทว่าเขากล่าวเสริมว่า ในความเป็นจริงแล้วโพสต์ของทรัมป์ถือเป็นเพียงสัดส่วนที่เล็กน้อยมากเมื่อเทียบกับปัจจัยอื่น ๆ ทั้งหมดที่ขับเคลื่อนตลาดการเงินโลก
โรเบิร์ต เฟรนช์แมน หุ้นส่วนจากบริษัทกฎหมายสัญชาติอเมริกัน Dynamis ให้ความเห็นกับสำนักข่าวรอยเตอร์ว่า "ถึงแม้ว่าเรื่องนี้จะดูไม่ยุติธรรมอย่างเห็นได้ชัด แต่ในแง่ของกฎหมายแล้ว แพลตฟอร์มเทคโนโลยีสามารถแบ่งระดับชั้นในการเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารได้โดยไม่ถือเป็นการละเมิดกฎหมายหลักทรัพย์ของรัฐบาลกลาง"
ปัจจุบัน ทางทำเนียบขาวได้ปฏิเสธที่จะแสดงความคิดเห็นต่อกรณีดังกล่าว ขณะที่สำนักข่าวบีบีซีได้ติดต่อไปยัง ทรัมป์ มีเดีย เพื่อขอคำยืนยันอย่างเป็นทางการว่า โพสต์ของตัวประธานาธิบดีทรัมป์เองจะถูกจัดรวมอยู่ในกลุ่มข้อมูลที่ต้องชำระเงินเพื่อเข้าถึงด่วนนี้ด้วยหรือไม่ แต่ยังไม่ได้รับการตอบกลับอย่างเป็นทางการ.
ที่มา BBC