เจ้าหน้าที่ศุลกากรท่าอากาศยานนิวเดลี ประเทศอินเดีย จับกุมผู้โดยสารชาวอินเดีย 3 คน ที่เดินทางมาจากกรุงเทพฯ และภูเก็ต ข้อหาลักลอบขนกัญชา โดยซุกซ่อนไว้บนเครื่องบิน น้ำหนักรวม 6.37 กิโลกรัม
เจ้าหน้าที่ศุลกากรประจำท่าอากาศยานนานาชาติอินทิรา คานธี ในกรุงเดลี จับกุมผู้โดยสารชาวอินเดีย 3 รายหลังตรวจยึดกัญชาไฮโดรโปนิกส์ หรือกัญชาที่ปลูกในน้ำแทนการใช้ดินและมีสารออกฤทธิ์รุนแรงสูง น้ำหนักรวม 6.37 กิโลกรัม เมื่อวันจันทร์ (13 ก.ค.) ที่ผ่านมา ซึ่งของกลางดังกล่าวถูกซุกซ่อนไว้ในห้องน้ำบนเครื่องบิน ใต้ที่นั่งผู้โดยสาร และในกระเป๋าสัมภาระ
ผู้โดยสารชาวอินเดียรายแรกเดินทางมาจากกรุงเทพฯ เมื่อวันจันทร์ (13 ก.ค.) ถูกสกัดจับหลังจากเดินผ่านช่อง สำหรับคนที่ไม่มีสิ่งของผิดกฎหมาย โดยเจ้าหน้าที่ตรวจพบจากการวิเคราะห์ข้อมูลผู้โดยสารผ่านระบบคัดกรองล่วงหน้า และแม้เจ้าหน้าที่จะตรวจไม่พบสิ่งผิดปกติใดๆ ในกระเป๋าสัมภาระของผู้โดยสารรายนี้ แต่เมื่อเจ้าหน้าที่ศุลกากรเข้าไปตรวจค้นภายในตัวเครื่องบินอย่างละเอียด กลับพบห่อปิดผนึกต้องสงสัยว่าเป็นกัญชาไฮโดรโปนิกส์จำนวน 4 ห่อ น้ำหนัก 3.47 กิโลกรัม ซุกซ่อนอยู่ภายในห้องน้ำบริเวณท้ายเครื่องบินทั้งสองห้อง เมื่อถูกเจ้าหน้าที่เค้นสอบปากคำ ผู้โดยสารรายนี้จึงยอมรับสารภาพว่าเป็นคนนำห่อกัญชาดังกล่าวไปซ่อนไว้ในห้องน้ำจริง
...
ผู้โดยสารที่เดินทางมาจากภูเก็ตในวันเดียวกัน ถูกสกัดจับจากการวิเคราะห์ข้อมูลผู้โดยสารผ่านระบบคัดกรองล่วงหน้า (APIS) ซึ่งเมื่อตรวจกระเป๋าสัมภาระแล้วไม่พบสิ่งผิดกฎหมาย เจ้าหน้าที่ศุลกากรจึงเข้าตรวจค้นบนเครื่องบิน และพบห่อปิดผนึกต้องสงสัยว่าเป็นกัญชาไฮโดรโปนิกส์จำนวน 6 ห่อ น้ำหนัก 1.5 กิโลกรัม ซุกซ่อนอยู่ใต้เบาะนั่งในแถวที่ 12 ในเวลาต่อมา ผู้โดยสารรายนี้ได้ยอมรับสารภาพว่าเป็นคนแอบซ่อนห่อกัญชาเหล่านั้นไว้บนเครื่องบินจริง
สำหรับคดีที่สาม เจ้าหน้าที่ใช้ระบบคัดกรองข้อมูลล่วงหน้า (APIS) ตรวจพบประวัติผู้โดยสารชาวอินเดียคนหนึ่งที่เดินทางมาจากกรุงเทพฯ ว่ามีพฤติกรรมน่าสงสัย จึงเฝ้าดักรอ จนกระทั่งเขาพยายามเดินผ่านช่องเขียวเพื่อหลบเลี่ยงศุลกากร เจ้าหน้าที่จึงเข้าสกัดจับทันทีและเมื่อนำกระเป๋าสัมภาระไปเข้าเครื่องเอกซเรย์ ก็พบสิ่งผิดปกติภายในกระเป๋า นำไปสู่การตรวจยึดกัญชาไฮโดรโปนิกส์บรรจุอยู่ในถุงสูญญากาศจำนวน 2 ห่อ น้ำหนักประมาณ 1.4 กิโลกรัม โดยผู้โดยสารทั้ง 3 ราย จะถูกดำเนินคดีตามกฎหมายยาเสพติดของอินเดียต่อไป.
ที่มา : NDTV
คลิกอ่านข่าวเกี่ยวกับ ข่าวต่างประเทศ