ผู้ติดเชื้ออีโบลาคนสุดท้ายในประเทศยูกันดา ได้รับอนุญาตให้ออกจากโรงพยาบาลแล้ว เริ่มการนับถอยหลัง 42 วัน เพื่อประกาศเป็นประเทศปลอดเชื้ออีโบลา
สำนักข่าวต่างประเทศรายงานเมื่อ 16 ก.ค. 2569 ว่า ผู้ป่วยโรคอีโบลาคนสุดท้ายที่เข้ารับการรักษาในยูกันดาได้รับอนุญาตให้ออกจากโรงพยาบาล และเดินทางกลับบ้านได้แล้ว ทำให้ในประเทศนี้ไม่มีผู้ติดเชื้อที่ได้รับการยืนยันเหลืออยู่แล้ว แต่ยังต้องรออีก 42 วันเพื่อประกาศเป็นประเทศปลอดเชื้อได้
ผู้ป่วยรายแรกในการระบาดของเชื้อไวรัสสายพันธุ์บุนดิบูเกียว (Bundibugyo) ในยูกันดาครั้งนี้ได้รับการยืนยันเมื่อเดือนพฤษภาคม โดยผู้ป่วยเป็นชายที่เดินทางมาจากสาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโก หรือ ดีอาร์คองโก ซึ่งเป็นประเทศเพื่อนบ้านและเป็นศูนย์กลางการแพร่ระบาด เพื่อเข้ารับการรักษาพยาบาล
ขณะนี้ทางการของดีอาร์คองโกกำลังต่อสู้เพื่อควบคุมการแพร่ระบาด ขณะที่สหรัฐอเมริกาได้ขยายมาตรการจำกัดการเดินทางสำหรับพลเมืองอเมริกันที่เคยเดินทางไปยังสาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโกแล้ว
สำหรับในยูกันดา การนับถอยหลังเป็นเวลา 42 วันได้เริ่มต้นขึ้นแล้ว ก่อนที่จะสามารถประกาศให้เป็นประเทศที่ปลอดเชื้ออีโบลาได้อย่างเป็นทางการ หากไม่มีการพบผู้ติดเชื้อรายใหม่ในประเทศในช่วงเวลาดังกล่าว
“สิ่งนี้แสดงให้เห็นว่า ด้วยการตรวจพบที่รวดเร็ว การรักษาที่ทันท่วงที และระบบสาธารณสุขที่แข็งแกร่ง เราจะสามารถเอาชนะอีโบลาได้” ดร. คริส บาร์โยมุนซี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขของยูกันดากล่าว
อย่างไรก็ตาม กระทรวงสาธารณสุขได้กระตุ้นเตือนให้ประชาชน “ยังคงต้องเฝ้าระวัง” ต่อไป โดยระบุในแถลงการณ์บนแพลตฟอร์ม X ว่า “หากคุณมีอาการ เช่น มีไข้ อาเจียน ท้องเสีย หรือมีเลือดออกโดยไม่ทราบสาเหตุ ให้รีบไปพบแพทย์ทันที”
...
ทั้งนี้ ยูกันดามียอดสะสมของผู้ติดเชื้ออีโบลาในการระบาดระลอกนี้อยู่ที่ 20 ราย ส่วนใหญ่เป็นผู้เดินทางมาจากสาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโก และมีผู้เสียชีวิต 2 ศพ
อย่างไรก็ตาม ในประเทศที่เป็นศูนย์กลางการระบาดอย่างดีอาร์คองโก มีผู้ติดเชื้อที่ได้รับการยืนยันแล้วมากกว่า 2,000 ราย และมีผู้เสียชีวิตจากไวรัสมรณะชนิดนี้แล้วอย่างน้อย 796 ศพ แต่องค์การอนามัยโลกเตือนว่า จำนวนผู้ติดเชื้อที่แท้จริงอาจสูงกว่าตัวเลขอย่างเป็นทางการถึง 4 เท่า
ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign
ที่มา : bbc