ศาลอิตาลีตัดสินจำคุกอดีตผู้บริหารบริษัทผู้ให้บริการทางหลวงของอิตาลี และจำเลยร่วมอีกหลายสิบคน จากเหตุสะพานถล่มในเมืองเจนัวเมื่อ 8 ปีก่อน ซึ่งทำให้มีผู้เสียชีวิตถึง 43 ศพ
สำนักข่าวต่างประเทศรายงานเมื่อวันที่ 16 ก.ค. 2569 ว่า นายโจวานนี คัสเตลลุชชี อดีตผู้บริหารบริษัท Autostrade per l'Italia (Aspi) ผู้ให้บริการทางหลวงของอิตาลี ถูกพิพากษาจำคุกเป็นเวลา 12 ปี จากกรณีการพังถล่มของสะพานโมรันดี (Morandi bridge) ในเมืองเจนัว เมื่อเดือนสิงหาคมปี 2561
เหตุการณ์ภัยพิบัติครั้งนั้นเกิดขึ้นในช่วงฤดูท่องเที่ยวท่ามกลางพายุฝน ส่งผลให้สะพานทางหลวงที่ตัดผ่านตัวเมืองพังครืนลงมา ดึงเอาทั้งรถยนต์และรถบรรทุกร่วงหล่นลงสู่เบื้องล่าง เป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิตถึง 43 ศพ
คัสเตลลุชชี ซึ่งปัจจุบันกำลังรับโทษจำคุก 6 ปีจากคดีอุบัติเหตุทางถนนเมื่อปี 2556 อยู่แล้ว เป็นหนึ่งในจำเลยทั้งหมด 57 คนที่ถูกนำตัวขึ้นศาลในเมืองเจนัว โดยมีผลคำพิพากษาที่สำคัญดังนี้
มิเคเล ดอนเฟอร์รี มิเตลลี อดีตเจ้าหน้าที่ระดับสูงอีกรายของบริษัททางหลวง ถูกตัดสินจำคุก 11 ปี ขณะที่ เปาโล แบร์ตี อดีตรองผู้บริหารสูงสุดอันดับสองของบริษัททางหลวง ถูกตัดสินจำคุก 5 ปีครึ่ง แม้อัยการจะขอให้ศาลจำคุกเขา 7 ปี
นายอันโตนิโน กาลาตา อดีตประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ Spea (บริษัทซ่อมบำรุง) ถูกตัดสินจำคุก 5 ปีครึ่ง, เมาโร โคเล็ตตา อดีตเจ้าหน้าที่ระดับสูงผู้ดูแลกรมทางหลวงของกระทรวงคมนาคม ถูกตัดสินจำคุก 5 ปี
ส่วนจำเลยรายอื่นๆ มีหลายคนที่ถูกตัดสินจำคุกต่ำกว่า 2 ปีเล็กน้อย ขณะที่อีก 25 คนได้รับการยกฟ้องหรือพ้นผิดเนื่องจากคดีหมดอายุความ
ทั้งนี้ ฝ่ายอัยการกล่าวหาจำเลยว่า การซ่อมบำรุงโครงสร้างของสะพานที่ทรุดโทรมตามกาลเวลาถูกเตะถ่วงและล่าช้าซ้ำแล้วซ้ำเล่า และมีการเพิกเฉยต่อสัญญาณเตือนภัยอันตรายต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นก่อนที่จะเกิดอุบัติเหตุ
...
ขณะที่ทนายความฝ่ายจำเลยพยายามโต้แย้งว่า โศกนาฏกรรมครั้งนี้มีสาเหตุมาจากข้อบกพร่องในการออกแบบตั้งแต่แรกเริ่ม โดยสะพานแห่งนี้เปิดใช้ตั้งแต่ปี 2510 แล้ว และสายเคเบิลเฉพาะจุดถูกหุ้มด้วยคอนกรีต ซึ่งเป็นจุดอ่อนเชิงโครงสร้าง
ครอบครัวของผู้เสียชีวิตหลายคนพอใจในคำตัดสินของศาล เช่น เอ็มมานูเอล ดิอาซ ผู้เสียน้องชายไปในเหตุการณ์นี้ เผยกับสถานีโทรทัศน์อิตาลีว่าเขา “พึงพอใจอย่างมาก” กับคำตัดสินนี้ ส่วน เอเกล โปสเซตติ ผู้สูญเสียพี่สาวและครอบครัว มองว่าโทษจำคุก 12 ปีของคัสเตลลุชชีเป็นสิ่งที่ “ยอมรับได้”
ด้านเซซาเร วัย 18 ปี ซึ่งสูญเสียผู้เป็นพ่อ กล่าวว่า การออกมาขอโทษต่อสาธารณชนเป็นครั้งแรกของ อาร์ริโก จีอานา ประธาน Aspi คนปัจจุบัน เป็นเพียง “น้ำตาจระเข้” พร้อมระบุว่าคนพวกนี้ขาดทั้งความเห็นอกเห็นใจและความเป็นมนุษย์
ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign
ที่มา : bbc