ชาวยูเครนจำนวนมากออกมารวมตัวประท้วงประธานาธิบดีเซเลนสกี หลังจากเขาตัดสินใจปลดนายเฟโดรอฟ รัฐมนตรีกลาโหม ในขณะที่ยูเครนเริ่มสามารถกดดันรัสเซียได้ด้วยการใช้ฝูงโดรนโจมตี
สำนักข่าวต่างประเทศรายงานเมื่อ 16 ก.ค. 2569 ว่า เกิดเหตุประท้วงในหลายเมืองของยูเครน เพื่อต่อต้านที่ประธานาธิบดี โวโลดีเมียร์ เซเลนสกี สั่งปลดนาย มีไคโล เฟโดรอฟ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมซึ่งได้รับความนิยมอย่างสูง ออกจากตำแหน่งอย่างกะทันหัน ในขณะที่กองทัพยูเครนกำลังสามารถตอบโต้รัสเซียได้อย่างหนักหน่วง
เมื่อเช้าวันพฤหัสบดี กลุ่มฝูงชนซึ่งส่วนใหญ่เป็นคนหนุ่มสาวได้รวมตัวกันในกรุงเคียฟ พร้อมชูป้ายข้อความ เช่น “อย่าแตะต้องเฟโดรอฟ” และ “หยุดบ่อนทำลายชัยชนะ!” พร้อมทั้งตะโกนต่อว่าเซเลนสกีด้วยคำว่า “น่าละอาย!”
...
การตัดสินใจของเซเลนสกีครั้งนี้สร้างความไม่พอใจอย่างมากในหมู่ผู้วิเคราะห์ทางเมือง กองทัพ รวมถึงภาคประชาสังคม ท่ามกลางกระแสข่าวลือที่ว่าการปลดนายเฟโดรอฟ เกิดจากความขัดแย้งระหว่างเขากับนายพล โอเลกซานเดอร์ ซีร์สกี ผู้บัญชาการทหารสูงสุด โดยเรื่องนี้ได้รับการยืนยันทางอ้อมจากทั้งตัวนายเฟโดรอฟและนายเซเลนสกี
เฟโดรอฟเปิดเผยว่าเขาเคยเสนอให้เซเลนสกีเปลี่ยนตัวซีร์สกี และอันดรีย์ ฮนาตอฟ เสนาธิการทหารบก ขณะที่นายเซเลนสกียอมรับว่าความขัดแย้งระหว่างคณะเสนาธิการทหารและกระทรวงกลาโหมนั้นเป็นปัญหา “เชิงระบบ” และเกิดขึ้น “ในหลายระดับ” ซึ่งซีร์สกีและเฟโดรอฟจะทำงานร่วมกันได้ก็ต่อเมื่อมีตัวเขาเป็นคนกลางไกล่เกลี่ยเท่านั้น
“เมื่อประธานาธิบดีบอกว่าเขาไม่มีแผนจะเปลี่ยนตัวซีร์สกี ผมก็... บอกไปว่าจะเรียนรู้ที่จะทำงานร่วมกับเขา” เฟโดรอฟกล่าวในการแถลงข่าวของตัวเอง แต่เขากล่าวเสริมว่า “ทุกความคิดริเริ่มที่เรานำเสนอล้วนถูกขัดขวาง”
นอกจากนี้ เฟโดรอฟยังกล่าวถึงซีร์สกีว่า “แทนที่จะหาทางเอาชนะรัสเซียด้วยกลยุทธ์แบบอสมมาตร (Asymmetric warfare) ซึ่งเป็นหน้าที่ของผู้บัญชาการทหารสูงสุด เขากลับหาทางทำให้ประเทศของเราแตกแยกแทน”
ทางด้านซีร์สกีได้เขียนข้อความสั้น ๆ บน Telegram ว่าเขารู้สึก “ภูมิใจ” กับปฏิบัติการป้องกันทางทหารรอบกรุงเคียฟในปี 2565 เมื่อครั้งที่กองทัพรัสเซียประชิดเมือง และกล่าวว่าเขาจะยังคง “มุ่งเน้นไปที่สงครามและกลยุทธ์ที่มีประสิทธิภาพ” ก่อนจะอวยพรให้เฟโดรอฟ “ประสบความสำเร็จต่อไป”
ทั้งนี้ นายเฟโดรอฟในวัย 35 ปี เพิ่งได้รับการแต่งตั้งเป็นรัฐมนตรีกลาโหมเมื่อเดือนมกราคมที่ผ่านมา แต่ได้รับคำชมเชยอย่างมากในการเข้ามาสร้างความกระปรี้กระเปร่าให้กับกระทรวง โดยเป็นผู้นำในการปราบปรามการทุจริต และใช้ข้อมูลในการวิเคราะห์เพื่อพยายามปรับปรุงประสิทธิภาพการรบในแนวหน้า
เฟโดรอฟให้ความสำคัญกับโดรน และสงครามเทคโนโลยีขั้นสูง ซึ่งเป็นกลยุทธ์ที่ทำให้ตอนนี้ยูเครนสามารถโจมตีลึกเข้าไปในดินแดนรัสเซีย และกดดันรัฐบาลเครมลินอย่างหนัก
นอกจากนั้น ในช่วงแรกของการดำรงตำแหน่ง เฟโดรอฟ ขอความร่วมมือไปยัง อีลอน มัสก์ ผู้ก่อตั้ง SpaceX ให้ระงับไม่ให้รัสเซียใช้ประโยชน์จากดาวเทียม Starlink ในการโจมตีด้วยโดรน ซึ่งการเคลื่อนไหวครั้งนี้สร้างความระส่ำระสายอย่างมากต่อการปฏิบัติการและการรุกคืบในแนวหน้าของกองทัพรัสเซีย
กระทรวงของเขายังมีบทบาทสำคัญอย่างยิ่งในการโจมตีคาบสมุทรไครเมียที่ถูกรัสเซียยึดครอง โดยเมื่อเดือนที่แล้ว เฟโดรอฟได้ให้คำมั่นว่าจะ “ตัดขาด” ไครเมียออกจากรัสเซียอย่างสิ้นเชิงด้วยการใช้โดรนโจมตีระยะกลาง
สำหรับการโหวตเลือกผู้ดำรงตำแหน่งแทน สมาชิกรัฐสภามีกำหนดลงคะแนนเสียงในวันพฤหัสบดีนี้ โดยมีชื่อของ อีฮอร์ คลีเมนโก ซึ่งปัจจุบันดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นหนึ่งในผู้ที่คาดว่าจะมาแทน อย่างไรก็ตาม เซเลนสกีระบุว่านั่นเป็นเพียงหนึ่งในรายชื่อที่กำลังพิจารณา และยังไม่มีการเสนอชื่ออย่างเป็นทางการ
เฟโดรอฟเปิดเผยว่าเซเลนสกีได้เสนอให้เขาอยู่ในทีมต่อในฐานะที่ปรึกษา แต่เขาปฏิเสธ โดยอธิบายว่าเขาไม่ได้ต้องการทำตัวเป็นปฏิปักษ์กับประธานาธิบดี และยังคง “มั่นใจ” ว่าเซเลนสกี “รับฟังประชาชนชาวยูเครน รู้ว่าต้องทำอะไร และสถานการณ์จะได้รับการแก้ไขอย่างแน่นอน 100%” และย้ำด้วยว่า เขาไม่คิดว่าสิ่งที่เกิดขึ้นเป็นการเลือกข้าง
...
อย่างไรก็ตาม ทหารในแนวหน้าและประชาชนมีปฏิกิริยากับเรื่องนี้อย่างรุนแรง เช่นนาย โอเลกซานเดอร์ ทหารยูเครน ให้สัมภาษณ์กับ BBC ว่า “นี่คือความผิดพลาดที่เลวร้ายที่สุดของเซเลนสกีตลอดการดำรงตำแหน่งประธานาธิบดี”
เขาเสริมว่าตนเองสมัครเข้ากองทัพเมื่อต้นปีนี้เพราะเชื่อมั่นในทีมงานและวิสัยทัศน์ของเฟโดรอฟ “ผมไม่เห็นใครเลยที่สนับสนุนการตัดสินใจเปลี่ยนตัวเขา ไม่ว่าจะในกองทัพหรือในสังคม”
ด้าน มารีอา ลาฟริเนตส์ หญิงชาวยูเครน กล่าวที่จุดประท้วงบริเวณจัตุรัสอีวาน ฟรังโก ใจกลางกรุงเคียฟ ว่า “ฉันมีเพื่อนมากมายในกองทัพ หลายคนเสียชีวิตไปแล้ว ฉันไม่อยากให้สิ่งนี้ดำเนินต่อไป เราเห็นผลงานของ เฟโดรอฟ เราเห็นแรงผลักดันของทหาร เราควรยืนหยัดเคียงข้างพวกเขา”
ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign
ที่มา : bbc