ชาวเมืองชิซูกุอิชิ จังหวัดอิวาเตะ ประเทศญี่ปุ่น ผวาหนัก หลังหมีป่าบุกเข้าบ้านผู้สูงอายุ เปิดตู้เย็นค้นหาอาหารก่อนหลบหนี ตำรวจเชื่ออาจเป็นหมีตัวเดียวกับที่ก่อเหตุบุกรุกบ้านและร้านค้ากว่า 14 ครั้ง ในช่วงสองสัปดาห์ที่ผ่านมา ขณะที่เจ้าหน้าที่เร่งติดตั้งกับดักและรั้วไฟฟ้าเพื่อป้องกันเหตุซ้ำ
เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นที่เมืองชิซุกุอิชิ จังหวัดอิวาเตะ โดยนายมิตสึโอะ มัตสึบาระ วัย 87 ปี เล่าว่า เขาได้ยินเสียงดังแปลกๆ มาจากในห้องครัวช่วงกลางดึก จึงเดินเข้าไปดูและต้องตกใจสุดขีดเมื่อพบกับ "หมีป่า" ตัวใหญ่กำลังยืนอยู่หน้าตู้เย็นที่เปิดอ้าอยู่ โดยมีเศษอาหารและวัตถุดิบต่างๆ ถูกรื้อออกมาซากกระจัดกระจายเต็มพื้นห้อง ภรรยาของเขาจึงได้รีบโทรศัพท์แจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจทันที ก่อนที่หมีตัวดังกล่าวจะล่าถอยออกไปทางประตูหลังบ้าน
สิ่งที่น่ากังวลคือ ในช่วงเวลาไล่เลี่ยกันมีรายงานเหตุการณ์หมีบุกรุกในลักษณะเดียวกันถึง 14 ครั้ง จากพื้นที่ 5 แห่งในเมืองเดียวกัน ส่งผลให้ผู้เชี่ยวชาญเชื่อว่าน่าจะเป็นพฤติกรรมของหมี "ตัวเดิม" ที่ตระเวนก่อเหตุซ้ำซาก
โดยพฤติกรรมของหมีตัวนี้ชื่นชอบของหวานเป็นพิเศษ มันเคยบุกเข้าบ้านหลังหนึ่งถึง 5 ครั้งเพื่อกินคุกกี้ น้ำตาล และ "คารินโตะ" หรือขนมทอดเคลือบน้ำตาลโบราณของญี่ปุ่น นอกจากนี้ ยังมีรายงานว่ามันบุกเข้าไปในร้านขนมหวานสไตล์ญี่ปุ่นเพื่อขโมยโดนัทออกจากตู้เย็น รวมถึงบุกบ้านอีกหลังเพื่อกินอาหารแมวและผักดอง
อีกหนึ่งเหตุการณ์ระทึกขวัญเกิดขึ้นเมื่อชายชาวเมืองรายหนึ่งกลับมาจากซื้อของและพบหมีอยู่ภายในบ้าน ใกล้กับห้องที่บิดาผู้สูงอายุกำลังนอนหลับอยู่ แม้ว่ามันจะยอมวิ่งหนีออกไปหลังจากที่เขาเคาะประตูเสียงดัง แต่มันกลับพยายามจะดันประตูพังกลับเข้ามาอีกรอบ ทำให้เขาต้องใช้พละกำลังทั้งหมดขัดขืนและยื้อประตูกระจกบานเลื่อนไว้เป็นเวลานานกว่า 30 วินาที ในขณะที่หมีตัวดังกล่าวยืนสองขาและพยายามใช้แรงดันเข้ามา โดยเขาประเมินว่าหมีตัวนี้มีความสูงถึงประมาณ 1.65 เมตร
...
ขณะที่เกษตรกรในพื้นที่อีกรายเปิดเผยว่า ฟาร์มของเขาถูกหมีบุกรุกถึง 4 ครั้งเพื่อมากินนมผงสำหรับเลี้ยงลูกโค และกล้องวงจรปิดยังจับภาพตอนที่มันพยายามเปิดประตูบ้านกลางดึกไว้ได้ ก่อนจะเตลิดหนีไปเพราะเจ้าของฟาร์มส่องไฟฉายใส่และตะโกนขับไล่ ปัจจุบันเกษตรกรรายนี้ต้องนำผงมัสตาร์ดญี่ปุ่น มาโรยไว้รอบๆ ทางเข้าเพื่อส่งกลิ่นฉุนคอยไล่หมี
ชิโฮ จิดะ ผู้เชี่ยวชาญด้านหมีจากแผนกธรรมชาติวิทยาจังหวัดอิวาเตะ ระบุว่า "เป็นเรื่องที่ผิดปกติมากที่หมีจะบุกรุกสถานที่เดิมซ้ำๆ หลายครั้ง มีความเป็นไปได้สูงมากที่จะเป็นสัตว์ตัวเดียวกัน ซึ่งเราต้องการจะจับตัวมันให้ได้โดยเร็วที่สุด" ขณะนี้เจ้าหน้าที่ได้ติดตั้งกรงดักสัตว์ ล้อมรั้วไฟฟ้าในจุดเสี่ยง และส่งเจ้าหน้าที่สายตรวจออกแจ้งเตือนประชาชนแล้ว
ไม่เพียงแต่ในจังหวัดอิวาเตะเท่านั้น ในพื้นที่อื่นๆ ของญี่ปุ่นก็มีรายงานพบหมีบุกรุกถี่ขึ้นเนื่องจากสภาพอากาศที่ร้อนจัดอย่างต่อเนื่อง โดยที่เกาะฮอกไกโด ทางตอนเหนือของประเทศ พลเมืองเพิ่งเผชิญหน้ากับ "หมีสีน้ำตาล" จนต้องสั่งปิดเส้นทางเดินเขาบนภูเขาราอุสุ เป็นการชั่วคราว หลังจากเพิ่งเปิดฤดูปีนเขาได้ไม่กี่วัน
ผู้เชี่ยวชาญวิเคราะห์ว่า สถิติการโจมตีของหมีและการเสียชีวิตของมนุษย์ในญี่ปุ่นพุ่งสูงขึ้นเป็นประวัติการณ์ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ปัจจัยหลักเกิดจากการลดลงของประชากรในพื้นที่ชนบท ทำให้พื้นที่ป่ารุกคืบเข้ามาใกล้เมืองมากขึ้น หมีจึงเกิดความคุ้นชิน เดินเข้าสู่เขตชุมชนได้ง่ายขึ้น และที่สำคัญคือพวกมันเริ่ม "สูญเสียความกลัวต่อมนุษย์" ไปแล้ว ซึ่งเป็นสถานการณ์ที่ทางการญี่ปุ่นกำลังเร่งหาแนวทางรับมืออย่างเร่งด่วน.
ที่มา KYODO NEWS / Guardian