ศาลาว่าการกรุงโตเกียวผ่อนปรนกฎระเบียบการแต่งกาย โดยสนับสนุนให้ข้าราชการและเจ้าหน้าที่สามารถสวม "กางเกงขาสั้น เสื้อยืด และรองเท้าผ้าใบ" มาทำงานได้ ภายใต้โครงการ "Tokyo Cool Biz" เพื่อรับมือกับสภาพอากาศที่ร้อนจัดและลดการใช้พลังงานจากเครื่องปรับอากาศ ท่ามกลางอุณหภูมิในเมืองหลวงที่พุ่งทะลุ 35 องศาเซลเซียส

ท่ามกลางสภาพอากาศที่ร้อนอบอ้าวและมีความชื้นสูงในกรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น วัฒนธรรมการแต่งกายด้วยชุดสูทสากลและเสื้อเชิ้ตสีขาวอันเข้มงวดของเหล่า "มนุษย์เงินเดือน" กำลังเกิดความเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ โดยสำนักงานส่วนท้องถิ่นกรุงโตเกียวได้ดำเนินนโยบายยกระดับแคมเปญ "โตเกียว คูลบิซ" (Tokyo Cool Biz) ซึ่งเป็นโครงการประหยัดพลังงานที่ริเริ่มโดย นางยูริโกะ โคอิเกะ ผู้ว่าราชการกรุงโตเกียว ตั้งแต่สมัยที่เธอขยับขึ้นมาดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสิ่งแวดล้อมในปี 2005

แต่ในปีนี้ แคมเปญดังกล่าวได้รับการอัปเกรดให้ยืดหยุ่นมากขึ้น โดยอนุญาตให้เจ้าหน้าที่สวมเสื้อโปโล เสื้อยืด รองเท้าผ้าใบ และกางเกงขาสั้นได้ตามความเหมาะสมของหน้าที่ เพื่อลดความต้องการใช้ไฟฟ้าของเครื่องปรับอากาศ ท่ามกลางภาวะต้นทุนพลังงานที่พุ่งสูงขึ้นจากผลกระทบของสงครามในตะวันออกกลาง

เมื่อวันอังคารที่ผ่านมา (14 ก.ค.) ซึ่งอุณหภูมิในกรุงโตเกียวพุ่งแตะ 34-35 องศาเซลเซียส และความชื้นเฉลี่ยอยู่ที่ราว 72% ข้าราชการชายหลายคนเริ่มสวมกางเกงขาสั้นมาทำงาน

นายโนโบรุ วาตานาเบะ วัย 50 ปี หัวหน้าทีมมาตรการรับมือการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศของกรุงโตเกียว ยอมรับว่าในตอนแรกเขารู้สึกเขินอายที่จะต้องโชว์เรียวขาในออฟฟิศ แต่เมื่อได้ลองใส่กางเกงขาสั้นแล้วก็พบว่ามันสบายกว่ามาก อย่างไรก็ตาม เขายังคงเตรียมเสื้อเชิ้ตทางการไว้เปลี่ยนหากต้องเข้าร่วมการประชุมที่สำคัญ เช่นเดียวกับ โทรุ ซูดะ ข้าราชการวัย 34 ปี ที่เริ่มแต่งกายด้วยเสื้อโปโล กางเกงขาสั้นยาวระดับเข่า และรองเท้าผ้าใบ เขากล่าวว่า แม้ช่วงแรกจะรู้สึกแปลก แต่เมื่อเห็นเพื่อนร่วมงานแต่งตัวลำลองมากขึ้น ความรู้สึกอึดอัดก็ค่อย ๆ หายไป

...

แม้ว่านโยบายนี้จะสร้างความอิจฉาให้กับพนักงานบริษัทเอกชนหลายแห่งที่ยังคงต้องสวมสูทท่ามกลางแดดจ้า แต่ในโลกออนไลน์ของญี่ปุ่นกลับเกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวางถึงความเหมาะสม โดยนางซาจิเอะ โคอิเกะ ตัวแทนอสังหาริมทรัพย์วัย 52 ปี แสดงความเห็นว่า เธอรับได้หากผู้ชายจะไม่ผูกเนกไทหรือถอดเสื้อนอกในฤดูร้อน แต่การใส่กางเกงขาสั้นมาทำงานดูจะเกินขอบเขตไปหน่อย เพราะภาพจำของกางเกงขาสั้นคือชุดในวันหยุด และการเห็นขาที่มีขนดกในสถานที่ทำงานดูไม่ค่อยเรียบร้อยนัก

ในทางกลับกัน ภาคธุรกิจและผู้ผลิตเครื่องแต่งกายรายใหญ่ของญี่ปุ่น เช่น เครือห้างสรรพสินค้า Aeon รวมถึงแบรนด์เสื้อผ้าชื่อดังอย่าง Fast Retailing และ Aoki ต่างขานรับกระแสนี้ด้วยการเร่งขยายไลน์สินค้าเสื้อผ้าประเภท "บิสซิเนส-แคชชวล" (Business-Casual) ที่เน้นเนื้อผ้าบางเบา ยืดหยุ่น และแห้งไว เพื่อตอบโจทย์คนทำงานที่ต้องการความสบายแต่ยังคงภาพลักษณ์ที่ดูเป็นมืออาชีพ

ความเคลื่อนไหวดังกล่าวเกิดขึ้นหลังจากที่ญี่ปุ่นต้องเผชิญกับฤดูร้อนปีที่ผ่านมา ซึ่งรุนแรงที่สุดเป็นประวัติการณ์นับตั้งแต่เริ่มมีการบันทึกสถิติในปี 1898 โดยอุณหภูมิเฉลี่ยทั่วประเทศสูงกว่าค่าเฉลี่ยปกติถึง 2.36 องศาเซลเซียส และมีประชาชนต้องเข้าโรงพยาบาลจากโรคลมแดด มากกว่า 100,000 คน

ความรุนแรงของสภาพอากาศที่พุ่งสูงแตะ 40 องศาเซลเซียสบ่อยครั้ง ทำให้สำนักอุตุนิยมวิทยาแห่งญี่ปุ่น ต้องบัญญัติศัพท์ใหม่อย่างเป็นทางการเพื่อเรียกวันที่มีอากาศร้อนจัดสุดขีดนี้ว่า "วันร้อนโหด" หรือ โคคุโช (Kokusho)

ล่าสุด ทางสำนักอุตุนิยมวิทยาและกระทรวงสิ่งแวดล้อมญี่ปุ่นได้ร่วมกันออกประกาศเตือนภัยระวังโรคฮีทสโตรกในพื้นที่เมืองหลวง พร้อมแนะนำให้ประชาชนหลีกเลี่ยงการทำกิจกรรมกลางแจ้ง และเปิดเครื่องปรับอากาศอย่างเหมาะสมเพื่อความปลอดภัยต่อชีวิต.


ที่มา AFP / Reuters