สำนักข่าวรอยเตอร์เปิดเผยผลการสืบสวนพบว่า กลุ่มธุรกิจของมหาเศรษฐีกัมพูชาผู้มีอิทธิพล ปล่อยเช่าอาคารภายในพื้นที่เดียวกับกาสิโน "รอยัลฮิลล์" ในเมืองโอร์เสม็ด บริเวณชายแดนไทย-กัมพูชา ให้ชาวจีนในราคาสูงถึง 200,000 ดอลลาร์สหรัฐต่อเดือน ก่อนถูกใช้เป็นฐานปฏิบัติการแก๊งคอลเซ็นเตอร์ข้ามชาติและเครือข่ายค้ามนุษย์ขนาดใหญ่ แม้ยังไม่พบหลักฐานว่าบริษัทมีส่วนร่วมโดยตรงกับอาชญากรรมดังกล่าว
หลักฐานชิ้นสำคัญที่รอยเตอร์ตรวจสอบพบคือ สัญญาเช่าสินทรัพย์ฉบับเดือนมีนาคม 2024 ระหว่างบริษัทในเครือ ลิม เฮง กรุ๊ป (Lim Heng Group) กับชายสัญชาติจีนรายหนึ่ง โดยเป็นการปล่อยเช่าอาคาร 3 หลังภายในพื้นที่เดียวกับคาสิโน "รอยัล ฮิลล์" ซึ่งตั้งอยู่ที่เมืองโอร์เสม็ด ทางตะวันตกเฉียงเหนือของกัมพูชา ติดกับชายแดนประเทศไทย
สัญญาดังกล่าวระบุค่าเช่าสูงลิ่วถึง 200,000 ดอลลาร์สหรัฐต่อเดือน (หรือประมาณ 6.8 ล้านบาท) ซึ่งเป็นราคาที่สูงกว่าราคาตลาดอย่างมหาศาลเมื่อเทียบกับเมืองชายแดนอันเงียบสงบ เมื่อเทียบกับอาคารพาณิชย์ขนาดใหญ่ใจกลางกรุงพนมเปญในตลาดที่มีราคาเช่าเพียง 25,000 ดอลลาร์สหรัฐต่อเดือนเท่านั้น
จากการลงพื้นที่ตรวจสอบของรอยเตอร์หลังจากพื้นที่ดังกล่าวถูกกองทัพไทยโจมตีในเหตุปะทะชายแดนเมื่อเดือนธันวาคมที่ผ่านมา พบว่าภายในอาคารที่ล้อมด้วยรั้วลวดหนามสูงชัน มีการตกแต่งห้องพักให้ดูเหมือน "สถานีตำรวจ" และ "สำนักงานธนาคาร" ของหลายประเทศ เพื่อใช้เป็นฉากหลังในการวิดีโอคอลหลอกลวงเหยื่อทั่วโลก โดยสอดคล้องกับคำให้การของ พล.ต.ท. ธัชชัย ปิตะนีละบุตร ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ที่ระบุว่าพื้นที่นี้ถูกกลุ่มมาเฟียจีนใช้เป็นฐานต้มตุ๋นทางไซเบอร์
"ดร. ลิม เฮง" เจ้าของกลุ่มธุรกิจดังกล่าว ถือเป็นหนึ่งในนักธุรกิจรายใหญ่ของกัมพูชาที่มีฐานะทางสังคมและสายสัมพันธ์ทางการเมืองระดับสูง เขามีบรรดาศักดิ์ทางราชวงศ์เทียบเท่า "ออกญา" มักปรากฏตัวในงานสังคมร่วมกับนายพลระดับสูง และบริจาคเงินจำนวนมากให้กับกองทัพกัมพูชา
...
แม้ว่าทางรัฐบาลกัมพูชาจะเคยประกาศเจตนารมณ์ในการปราบปรามศูนย์แก๊งคอลเซ็นเตอร์อย่างจริงจัง และมีการส่งตัวนาย "เฉิน จื้อ" เจ้าของคาสิโนและผู้ต้องสงสัยรายใหญ่ให้ทางการจีนไปก่อนหน้านี้ ทว่าในกรณีของ รอยัล ฮิลล์ รัฐบาลกัมพูชากลับยืนยันมาโดยตลอดว่าสถานที่แห่งนี้เป็นเพียง "โรงแรม" เท่านั้น ทั้งที่มีภาพหลักฐานของสถานีตำรวจปลอมเผยแพร่ออกไปทั่วโลก
ผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายและสิทธิมนุษยชนในพนมเปญระบุว่า ภายใต้กฎหมายกัมพูชา เจ้าของที่ดินหรือผู้ปล่อยเช่าสามารถถูกดำเนินคดีร่วมได้ หากการสืบสวนพบว่าพวกเขารับรู้ว่าทรัพย์สินของตนถูกนำไปใช้ในการก่ออาชญากรรมแต่ยังปล่อยให้ดำเนินต่อไป โดยพบหลักฐานว่า ลิม เฮง กรุ๊ป เคยได้รับเตือนเรื่องการค้ามนุษย์ในพื้นที่ตั้งแต่ปี 2024 หลังจากที่พวกเขาพยายามยื่นฟ้องปิดปากสำนักข่าวท้องถิ่นที่รายงานว่ามีชาวต่างชาติถูกกักขังในคาสิโนแห่งนี้
ตามข้อมูลจากกลุ่มพันธมิตรเพื่อการดำเนินการด้านสิทธิมนุษยชนแห่งกัมพูชาซึ่งเป็นองค์กรอิสระ และนายพิเสธ ดุช ทนายความในกรุงพนมเปญผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายธุรกิจและสิทธิมนุษยชน ระบุว่า อัยการสามารถดำเนินคดีกับเจ้าของที่ดินที่ให้เช่าสถานที่ซึ่งใช้ในการฉ้อโกงได้ หากการสืบสวนพบว่าพวกเขารู้เห็นเกี่ยวกับการใช้ทรัพย์สินของตนในทางที่ผิดและปล่อยให้การกระทำดังกล่าวเกิดขึ้นต่อไป
ข้อมูลจากกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ ระบุว่า ขบวนการต้มตุ๋นไซเบอร์ในกัมพูชายังคงแพร่ระบาดอย่างกว้างขวาง เนื่องจากมีกลุ่มชนชั้นนำและผู้ทรงอิทธิพลได้รับผลประโยชน์ทางการเงิน โดยแก๊งคอลเซ็นเตอร์ที่ รอยัล ฮิลล์ ถือเป็นหนึ่งในเครือข่ายที่ใหญ่ที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ คาดว่ามีแรงงานถูกกักขังอยู่ราว 3,000 คนบนพื้นที่รวมกว่า 500 ไร่
นางสาวพรเพ็ญ (นามสมมติ) เหยื่อชาวไทยที่ได้รับการช่วยเหลือ เปิดเผยว่า เธอถูกหลอกผ่านโฆษณาบนเฟซบุ๊กที่รับสมัคร "แอดมินดูแลเว็บไซต์" เมื่อปี 2022 แต่เมื่อเดินทางไปถึงกลับถูกกักขังและบังคับให้ทำหน้าที่โทรศัพท์หลอกลวงเหยื่อโดยอ้างตัวเป็นตำรวจไทย ภายในคอมพาวด์มีผู้คุมถือกระบองตรวจตราตลอด 24 ชั่วโมง และหากใครทำยอดไม่ได้ตามเป้าจะถูกลงโทษอย่างทารุณ
ชัย สินฤทธิ์ รัฐมนตรีอาวุโสผู้รับผิดชอบการปราบปรามอาชญากรรมออนไลน์ของกัมพูชา ระบุว่า รัฐบาลกำลังสอบสวนการดำเนินงานของเครือข่ายหลอกลวงในพื้นที่รอบรอยัล ฮิลล์ และพร้อมร่วมมือกับนานาชาติในการปราบปรามอาชญากรรมไซเบอร์ อย่างไรก็ตาม เขาเรียกร้องให้ฝ่ายไทยส่งมอบพื้นที่ที่ยึดไว้คืนแก่กัมพูชา เพื่อให้เจ้าหน้าที่สามารถเข้าตรวจสอบและดำเนินการสอบสวนได้
ปัจจุบัน กองทัพไทยยังคงเข้าควบคุมพื้นที่ดังกล่าวเพื่อรวบรวมพยานหลักฐาน ขณะที่นายฉาย สินาริธ รัฐมนตรีอาวุโสของกัมพูชาที่รับผิดชอบด้านการปราบปรามฉ้อโกงออนไลน์ ระบุว่ากัมพูชากำลังเร่งสืบสวนข้อเท็จจริงรอบพื้นที่ รอยัล ฮิลล์ และเรียกร้องให้ฝ่ายไทยส่งมอบพื้นที่คืนเพื่อความสะดวกในการขยายผลทางคดีต่อไป.
ที่มา Reuters